ขอนแก่น-คืบ รอง ผบ.ตร.สอบเข้มผู้ร่วมขบวนการชิงทองยิงดวลตำรวจ

20

รอง ผบ.ตร. ตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายปล้นทองที่ จ.บึงกาฬ ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมสอบเข้มเมียผู้ต้องหาร่วมขบวนการ เบื้องต้นได้ทองคืนเกือบทั้งหมดแล้ว ขณะที่ผู้ต้องหาอาการยังสาหัส ส่วนตำรวจที่ถูกสะเก็ดระเบิดกระสุนปืนอาการปลอดภัยแล้ว

จากกรณีที่คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างโลตัสจังหวัดบึงกาฬ และหนีมากบดานที่ จ.ขอนแก่น ได้เปิดฉากยิงต่อสู้กับตำรวจ หลังถูกตำรวจสืบสวนภาค 4 ไล่ติดตามจับกุมประชิดผู้ตัว ก่อนจะขัดขืนชักอาวุธปืนต่อสู้ สุดท้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะนี้ส่งรักษาตัวที่ รพ.ขอนแก่น

ล่าสุด เวลา 16:30 น. พลตำรวจเอก สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. บินด่วนลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พลตำรวจโท เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ 4 บริเวณข้างโรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น ถนนเฉลิมพระเกียรติเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบคราบเลือดของคนร้ายกองอยู่บนฟุตบาทริมถนนกัลปพฤกษ์ ทราบชื่อคนร้ายคือ นายรังสรรค์ วิเศษดินทอง อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 38 ม.8 ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ข้างกองเลือดพบอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. พร้อมทั้งพบกระเป๋าของคนร้ายตรวจสอบในกระเป๋าพบ สร้อยคอทองคำ 20 เส้น สร้อยข้อมือทองคำ 66 เส้น ห่างจากจุดที่พบกองเลือดของคนร้ายย้อนหลังไปพบรถจักรยานยนต์ของคนร้ายยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพล้มตะแครงอยู่ริมฟุตบาท โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน4ได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดตามขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ตัวของคนร้ายทางตำรวจได้นำส่งโรงพยาบาลแล้ว

พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบตร. ได้นำตัว น.ส. ศศิธร อุดมลาภ ผู้ต้องหาคนที่ 3 และเป็นภรรยา ของนายรังสรรค์ ผู้ต้องหาที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส เข้าห้องเค้นสอบ พร้อมกับตรวจสอบของกลาง โดยเฉพาะทองรูปพรรณ ซึ่งทองคำที่ถูกชิงมานั้นเจ้าหน้าที่สามารถนำกลับมาได้เกือบทั้งหมด โดยมีเจ้าของจากร้านทองใน จ.ขอนแก่นร่วมตรวจสอบลักษณะทอง และน้ำหนักของทองคำ ในระหว่างรอเจ้าของร้านทองที่เกิดเหตุกำลังเดินทางมาที่ จ.ขอนแก่นด้วย

รอง ผบตร. กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา ที่ถูกจับก่อนหน้านี้ คือนายเฉลิมพงษ์ และ น.ส.ศศิธร ให้การว่า นายรังสรรค์ ผู้ต้องหาที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส เป็นผู้บงการทั้งหมด โดยก่อนก่อเหตุ ทั้งสามได้ไปดูลาดเลา ที่ร้านทองในโลตัส จ.บึงกาฬและดูเส้นทางหลบหนี ก่อนจะลงมือก่อเหตุ ในวันที่ 31 ก.ค. เวลา 19:00 น. และหลบหนีมาที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งต่อมา นายเฉลิมพงษ์ถูก ตำรวจ สภ.บึงกาฬจับกุม ส่วนนายรังสรรค์ และภรรยาหลบหนีมาที่ จ.ขอนแก่น ก่อนจะเกิดเหตุ ยิงเปิดทางตำรวจภูธรภาค4 จน ได้รับบาดเจ็บสาหัส

พลตำรวจโท เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ4 เปิดเผยว่า นายรังสรรค์ และภรรยาได้ใช้บัตรประชาชนของผู้อื่น เพื่อแสดงตัวก่อนเข้าพักที่หอพักแห่งหนึ่งในตัวเมืองขอนแก่น จึงทำให้เกิดช่องโหว่ ในการติดตามจับกุม โดยหลังจากนี้จะดำเนินคดีกับห้องพักที่ไม่มีความรอบคอบในการตรวจสอบผู้เข้าพัก ว่าตรงกับบัตรประชาชนที่แสดงหรือไม่ ส่วน ผู้ต้องหาทั้ง3 คน ขณะนี้มีหมายจับจาก ศาล จ.บึงกาฬ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ แจ้งข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ความสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปในเวลากลางคืน หรือให้พ้นเพื่อการจับกุม โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปและมีอาวุธปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์” ส่วนตำรวจ ที่ถูกสะเก็ดระเบิด 8 จุด ขณะนี้อาการ ปลอดภัยแล้ว
ข่าว/ภาพ dy,r] f;’=bo