ขอนแก่น-พายุโซนร้อน “ซินลากู” ส่งผลดีฝนตกในภาคอีสานกลาง ช่วยเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำ

53

พายุโซนร้อน “ซินลากู” ส่งผลดีฝนตกในภาคอีสานกลาง ช่วยเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ ชป.6 เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเต็มที่

นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยว่า ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุระดับ 3 (โซนร้อน ซินลากู) (SINLAKU)” ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน นั้น

จากการติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะสำนักงานชลประทานที่ 6 (SWOC 6) พบว่าตั้งแต่เมื่อวาน (1 สิงหาคม 63) จนถึงวันนี้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น 9.22 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ 4.08 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ 0.29 ล้าน ลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 69 แห่งที่กระจายอยู่ในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯรวมกัน 10.79 ล้าน ลบ.ม.

ซึ่งสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่วนใหญ่ยังมีน้ำอยู่ในปริมาณน้อย ทำให้มีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาค่อนข้างมาก อ่างเก็บน้ำในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกประมาณ 4,200 ล้าน ลบ.ม. หากฝนตกลงมาบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำหรือพื้นที่ที่สามารถรองรับน้ำฝนได้ จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติได้พอสมควร ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 6 จะบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำรวมทั้งการจัดจราจรน้ำในแม่น้ำสายหลักให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกลงมาตามนโยบายของกรมชลประทาน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน

นายศักดิ์ศิริฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยตามมาตรการของกรมชลประทาน ทั้ง 3 ส่วน ประกอบด้วย การกำหนดพื้นที่ กำหนดผู้รับผิดชอบ และการจัดสรรทรัพยากร ซึ่งขณะนี้ทั้ง 5 จังหวัดและ 7 ลุ่มน้ำสำคัญ ได้กำหนดแผนป้องกันก่อนเกิดอุทกภัย แผนเผชิญเหตุ และแผนพื้นฟูหลังน้ำลด ไว้พร้อมแล้ว นอกจากนี้ยังได้นำเครื่องจักรเครื่องมือเข้าไปประจำไว้ในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ว อาทิ ที่จังหวัดร้อยเอ็ด โครงการชลประทานทั้ง 12 แห่งได้ระดมกระสอบทรายจำนวน 12,000 กระสอบ ไปประจำไว้ที่จุดเสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำยัง ,ขนย้ายเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 8 ชุด ไปที่ประจำไว้ที่โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ,ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองหญ้าม้า อ.เมืองร้อยเอ็ด และบริเวณเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด อีก 1 เครื่อง ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง บริเวณปากหนองเปือยน้อย อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ด้านจังหวัดชัยภูมิได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง บริเวณชุมชุนขี้เหล็กน้อย ถนนบายพาส อำเภอเมืองชัยภูมิ ส่วนที่จังหวัดขอนแก่นได้ติดเครื่องเครื่องสูบน้ำจำนวน 11 เครื่องไว้ตามพื้นที่ลุ่มต่ำที่เป็นจุดเสี่ยงในเทศบาลนครขอนแก่น

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ได้ที่เว็บไซต์ http://rio6.rid.go.th/new/ หากต้องการความช่วยเหลือท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้านท่าน ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมไว้สำหรับช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย

ข่าว-ภาพ กัมพล ดวงชิน