กาฬสินธุ์-ร้องสาวใหญ่นายหน้าหลอกทำงานต่างประเทศสูญกว่า 10 ล้าน

17

ชาวบ้านจากทั่วภาคอีสานบุกร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์หลังถูกนายหน้าสาวใหญ่อ้างมีลูกทำงานในสถานฑูตประเทศแคนนาดาและมีเส้นสายใหญ่สามารถส่งคนไปทำงานต่างประเทศได้ สุดท้ายยังไม่ได้ไปสักคน ขอเงินคืนกับถูกบ่ายเบี่ยง เชื่อถูกหลอก เบื้องต้นพบความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ตัวแทนกลุ่มผู้เดือดร้อนจากหลายจังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย จ.กาฬสินธุ์ หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี อุบลราชธานี หนองบัวลำภู มหาสารคาม นครราชสีมา ร้อยเอ็ด มุกดาหาร สกลนคร ศรีษะเกษ  กว่า 50 คน เดินทางเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ โดยชาวบ้านอ้างว่าถูกนายหน้าที่เป็นผู้หญิง คนพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งหญิงคนดังกล่าวอ้างว่ามีลูกสาวทำงานอยู่สถานทูตประเทศแคนนาดา และอ้างว่ามีเส้นสายรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่สามารถส่งคนไปทำงานเกี่ยวกับอาชีพทางการเกษตรในประเทศแคนนาดา ซึ่งทุกคนตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อไปกู้หนี้นอกระบบและจ่ายเงินเฉลี่ยรายละ 173,500 แต่เวลาล่วงเลยไปนานนับปีกลับไม่ได้เดินทางไปทำงานตามที่ตกลงกันไว้ และได้เข้าทวงถามเงินคืนกลับหญิงคนดังกล่าวแต่กลับถูกบ่ายเบี่ยง จึงเชื่อว่าถูกหลอก เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท จึงได้เข้ามาขอความเป็นธรรม โดยมีนายคณิต คงช่วย หัวหน้าสำนักงาน จ.กาฬสินธุ์ นางสาวรสชรินทร์ ศิริเวิน ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายไชยา เครือหงส์ หัวหน้างานศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์และเจ้าหน้าที่รับเรื่อง

น.ส.ณัฐรัศมิ์ ศรีสาร อายุ 53 ปี ชาวบ้าน ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ตัวแทนกลุ่มผู้เดือดร้อน กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ตนได้ถูกชักชวนจากคนรู้จักว่ามีคนสามารถส่งไปทำงานต่างประเทศโดยถูกกหมายได้ จากนั้นจึงได้ติดต่อประสานกับหญิงคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยหญิงคนดังกล่าวอายุประมาณ 50 กว่าปี ได้อ้างว่ามีลูกสาวทำงานอยู่ที่สถานทูตประเทศแคนนาดา และมีเส้นสายรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่สามารถส่งคนไปทำงานอาชีพทางการเกษตรรายได้ดี เช่น ฟาร์มผัก สวนผลไม้ และสวนดอกไม้ ตนจึงตกลงที่จะเดินทางไป แต่ต้องจ่ายค่าเดินเอกสารก่อนครั้งแรก 50,000 บาท จึงตกลงกัน

น.ส.ณัฐรัศมิ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นหญิงคนดังกล่าวก็เรียกเก็บเงินอีกหลายครั้งรวมทั้งหมด 173,500 บาท ซึ่งอ้างว่าเป็นค่าเอกสาร ค่าเดินทาง ค่าเครื่องบิน และค่าจ่ายให้กับนายจ้าง กระทั่งเวลาผ่านมานานนับปี เรื่องก็เงียบหายไป ตนจึงติดต่อกลับไป แต่ก็ได้รับคำตอบว่าเลื่อนการเดินทางครั้ง 30-60 วัน จนถึงปัจจุบันผ่านมาแล้ว 3 ปีก็ยังไม่ได้เดินทางไปประเทศแคนนาดาตามที่ตกลงกันไว้ จึงเข้าไปสอบถาม พร้อมกับยกเลิกข้อตกลง และขอเงินคืน แต่หญิงคนดังกล่าวกลับบ่ายเบี่ยง และไม่ยอมคืนเงินให้ ก่อนที่จะมาทราบภายหลังว่ามีคนที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคอีสาน และทั่วประเทศ จึงรู้ว่าถูกหลอกและรวมตัวกันมาขอความเป็นธรรมดังกล่าว ทั้งนี้เชื่อว่ายังมีอีกหลายร้อยคนที่ตกเป็นเหยื่อและยังไม่ได้เดินทาง

ด้านนายคมศักดิ์ ภิระบรรณ อายุ 40 ปี ชาว อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีคนแนะนำให้ติดต่อหญิงคนดังกล่าว เพราะสามารถพาคนไปทำงานต่างประเทศได้ ตนและครอบครัวจึงไปกู้เงินมาจ่ายให้กับหญิงคนนี้ เพื่อต้องการที่จะเดินทางไปทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศแคนนาดา โดยได้จ่ายเงินไปกว่า 170,000 บาท กระทั่งเวลาผ่านมากว่า 2 ปี แล้วก็ยังไม่ได้เดินทาง สอบถามไปยังหญิงคนนี้ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน บอกเพียงว่าเลื่อนการเดินทาง จึงได้ไปขอเงินคืน แต่ก็ไม่ยอมคืนให้ จึงเชื่อว่าถูกหลอก และมาขอความเป็นธรรมในครั้งนี้

ขณะที่นายคณิต คงช่วย หัวหน้าสำนักงาน จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นทางศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ได้รับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนไว้ทุกราย พร้อมกับแนะนำให้เก็บรวบรวมเอกสารต่างๆเข้ามาประกอบ ก่อนที่จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือ และประสานไปยังจังหวัดต่างๆ ตลอดจนรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้มีบางส่วนที่แจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว ส่วนผู้ที่จะยังไม่ได้ดำเนินการทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจไว้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บรรยายภาพ//ตัวแทนกลุ่มผู้เดือดร้อนจากหลายจังหวัดภาคอีสาน เดินทางเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ โดยชาวบ้านอ้างว่าถูกนายหน้าที่เป็นผู้หญิง คนพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งหญิงคนดังกล่าวอ้างว่ามีลูกสาวทำงานอยู่สถานทูตประเทศแคนนาดา และอ้างว่ามีเส้นสายรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่สามารถส่งคนไปทำงานเกี่ยวกับอาชีพทางการเกษตรในประเทศแคนนาดา ซึ่งทุกคนตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อไปกู้หนี้นอกระบบและจ่ายเงินเฉลี่ยรายละ 173,500 แต่เวลาล่วงเลยไปนานนับปีกลับไม่ได้เดินทางไปทำงานตามที่ตกลงกันไว้

ภาพ/ข่าว – ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม จ.กาฬสินธุ์