ลพบุรี-มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมกับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดการฝึกอบรมหลักสูตร สู้ อยู่ หนี รอด พอดี ด้วยศาสตร์พระราชา พึ่งพาตนเองเมื่อเกิดวิกฤต การฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติ ให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal)

77

ลพบุรีมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมกับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดการฝึกอบรมหลักสูตร สู้ อยู่ หนี รอด พอดี ด้วยศาสตร์พระราชา พึ่งพาตนเองเมื่อเกิดวิกฤต การฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังภัยพิบัติ ให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal) ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ พร้อมด้วย พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานคณะทำงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต และ นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด ได้ร่วมกัน เปิดโครงการพลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน ปี 8 ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี พร้อมจัดการฝึกอบรมในหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) ภายใต้แนวคิด ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา ให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal) โดยได้รับเกียรติจาก พันเอกนายแพทย์ ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ได้รับฉายา ‘หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี’ มาเล่าประสบการณ์ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง ที่อยู่กับเด็กๆ ทีมหมูป่า จนสามารถช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน โดยมีการฝึกอบรมการทำเกษตรตามหลักทฤษฎีใหม่ และ การฝึกเอาตัวรอดในสถานการณ์วิกฤติ ได้แก่ การปฐมพยาบาล การใช้เงื่อนเชือก การดำรงชีพในป่า และการให้สัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลือจากอากาศยาน

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าอบรมทุกคนจะได้เรียนรู้วิธีการรับมือกับภัยพิบัติทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากวิทยากรชั้นครูของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และทีมครูฝึกจากโรงเรียนสงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ โดยเมื่อจบการอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการรับมือภัยพิบัติอย่างปลอดภัย สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อส่งความช่วยเหลือกัน ทั้งด้านกำลังคนและเสบียงอาหารในยามเกิดภัยพิบัติ
ทางด้านดร. วิวัฒน์ ศัลยกำธรนายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติได้กล่าวถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่าสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้นการเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการบรรเทาความทุกข์แต่การเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรู้หน้าที่สามารถรับมือและพึ่งพาตนเองพร้อมทั้งช่วยเหลือครอบครัวตนเองและผู้อื่นได้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนจึงเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่งโดยหลักสูตรการป้องกันเตือนภัยและฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ Cms(crisis Management Eurvival Camp) ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินพระนราธิปภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่และหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เพื่อการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินเน้นการสร้างแหล่งน้ำในพื้นที่ของตนเองเพื่อให้สามารถเก็บน้ำฝนและใช้อุปโภคและบริโภคได้ตลอดทั้งปีทั้งในฤดูน้ำหลากยังสามารถช่วยชะลอและเก็บกักน้ำบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นได้นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นแหล่งอาหารยารักษาโรคเครื่องใช้สอยและสร้างที่อยู่อาศัยและการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างซึ่งสามารถเตรียมการไว้ได้ในภาวะปกติและสามารถรับมือเมื่อเกิดภาวะวิกฤต(ป้องกันและฟื้นฟู) พร้อมทั้งฝึกอบรมเล่นสร้างกองกำลังอาสาสมัครภาคประชาชนเพื่อการเตือนภัยและฟื้นฟูหลังประสบภัยพิบัติ(เตือนภัยและเผชิญเหตุ) ด้วยกระบวนการอบรมทักษะความรู้ต่างๆควบคู่กับการหนุนนำให้เกิดจิตอาสามีความเสียสละเพื่อส่วนรวมโดยรู้เท่าทันสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติสามารถประสานงานและเชื่อมโยงกับเครือข่ายความช่วยเหลือทั้งในและนอกพื้นที่ได้ทำให้เกิดการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายระดับประเทศเพื่อช่วยเหลือตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด

ผู้สื่อข่าว อนันต์ อ่ำทอง