บุรีรัมย์-ผกก.หนังเดินเท้านับไม้หมอนรถไฟไปศาลปกครองเรียกร้องความเป็นธรรม หลังถูกกองทุนสื่อสร้างสรรค์ฟ้อง

32

บุรีรัมย์-ผู้กำกับภาพยนตร์ “เข็มทอง โมราษฎร์” เดินเท้านับไม้หมอนรถไฟจาก จ.สุรินทร์ไปศาลปกครอง กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ฟ้องกล่าวหาผลิตหนังกึ่งสารคดี “นกเงือกเทือกเขาบูโด” ไม่ตรงตามสัญญา ทั้งที่ส่งงานตามงวดแต่เป็นฝ่ายได้รับเงินล่าช้า

วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 นายเข็มทอง โมราษฎร์ อายุ 54 ปี ผู้กำกับภาพยนตร์และละคร ได้เดินเท้าโดยการนับไม้หมอนรถไฟจาก จ.สุรินทร์ ผ่านสถานีรถไฟบุรีรัมย์ มุ่งหน้าปลายทางที่ศาลปกครอง กรุงเทพมหานคร เพื่อไปให้การแก้คำฟ้อง และเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังจากได้ถูกกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ฟ้องศาลปกครองกล่าวหาว่า “ไม่ได้ส่งงานตามงวด และเรียกเงินคืนจำนวน 800,000 บาท” สืบเนื่องจากที่ทางกองทุนพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ฯ ได้ให้ทุนผลิตภาพยนตร์กึ่งสารคดีเรื่อง “นกเงือกเทือกเขาบูโด (TheBeautifulHornbills)” เมื่อปี 2560-2561 วงเงิน 2 ล้านบาท ทำสัญญาแบ่งจ่าย 4 งวด งวดแรก 10 เปอร์เซ็นต์ อีก 3 งวดๆ ละ 30 เปอร์เซ็นต์

โดยนายเข็มทอง ยืนยันว่าตนเองได้ผลิตงานส่งครบตามกำหนดทั้งงวดที่ 1 และงวดที่ 2 แต่งวดที่ 2 ทางกองทุนสื่อสร้างสรรค์ ไม่จ่ายเงินให้ตรงตามสัญญา ซึ่งก็มีอีกหลายคนที่ได้รับเงินกองทุนไปผลิตหนังและประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน แต่บางคนก็ไปกู้ยืมเงินมาลงทุนผลิตก่อน แต่ตนเองต้นทุนต่ำและไม่อยากมีหนี้สินเพิ่ม จึงตัดสินใจทำหนังสือทวงถามไปยังทางกองทุนสื่อสร้างสรรค์ฯ กระทั่งยอมจ่ายเงินงวดที่ 2 ให้ แต่พองวดที่ 3 ผลิตงานเสร็จเงินก็ล่าช้าอีก ตนจึงทำหนังสือขอยกเลิกสัญญา เพราะกองทุนเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่จ่ายเงินตรงตามงวดงาน ซึ่งทางผู้จัดการก็ได้เซ็นอนุมัติยกเลิกงวดงานงวดที่ 3 ให้เรียบร้อย ก็หมายถึงว่าตนไม่มีภาระผูกพันกับทางกองทุนสื่อดังกล่าวอีก แต่ต่อมาปี 2562 มีการตรวจสอบงบประมาณที่เหลือตกค้างอยู่ แต่มีเคสของตนเองที่ไม่ได้ไปรับเงินส่วนที่เหลือ สุดท้ายทางกองทุนสื่อสร้างสรรค์ กลับฟ้องกล่าวหาว่าตนเองว่าทำงานไม่เสร็จ และจะขอเรียกเงินคืน 800,000 บาทด้วย ทั้งที่ความจริงแล้วทางกองทุนฯ เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่จ่ายเงินตรงตามงวดงานเอง

ซึ่งหลังจากได้รับหมายจากศาลปกครอง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2563 ตนเองซึ่งเป็นจำเลยหรือผู้ถูกฟ้อง ให้ทำคำให้การแก้คำฟ้องพร้อมพยานหลักฐาน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ตนจึงตัดสินออกเดินเท้าจากจ.สุรินทร์ ไปยังศาลปกครอง เพื่อไปแก้ข้อกล่าวหา ทั้งเพื่อเป็นการแสดงออกถึงการต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรม และอยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบการบริหารงานของกองทุนสื่อสร้างสรรค์ดังกล่าวด้วย ว่ามีความโปร่งใสเป็นธรรม และจริงใจในการทำสื่อแบบสร้างสรรค์จริงหรือไม่ เพราะมีหลายคนที่เจอเหตุการณ์เหมือนตนเอง แต่ไม่กล้าออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะกลัวและไม่อยากมีปัญหา แต่ตนเองยังเชื่อมั่นในความยุติธรรมไม่ว่าสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร

ภาพ/ข่าว สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์