ศรีสะเกษ-ยุติเรื่อง!ครูเจรจาขอโทษแม่ รับทำเกินงาม ขอให้เด็กเรียนออนไลน์ไปพลางก่อน

97

ผลของการพบปะพูดคุยกันระหว่าง คณะครูโรงเรียนในอำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ กับคุณแม่ 33 ปี ที่ลูกสาวโดนครูตัดผมแบบแหก โดยครูขออย่าพึ่งลาออก ขอให้อยู่เรียนต่อในระบบออนไลน์ไปก่อน และครูยอมขอโทษที่ทำเกินความเหมาะสมต่อคุณแม่ เด็กยืนยันต้องการที่จะย้ายโรงเรียน

วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ที่ แพอาหารที่บ้านแก้ง ตำบลคูซอด อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ แม่และบรรดาญาติๆ ของ นักเรียนที่ถูกคุณครูฝ่ายปกครองตรวจแถวขณะนี้ยืนเข้าแถวเคารพธงชาติที่หน้าเสาธงของโรงเรียน ได้ตรวจความเรียบร้อยของการแต่งตัว การตัดผมให้ถูกระเบียบของโรงเรียนขณะมาโรงเรียนหลังปิดเรียนยาวจากผลกระทบโควิด ปรากฏว่าได้พบนักเรียนหญิงบางคนที่ไม่ได้ตัดผมมาเรียน ตัดแต่เกินที่กฎระเบียบของทางโรงเรียนกำหนด จึงได้ใช้กรรไกรที่เตรียมมา เดินเข้าไปหนีบตัดผมแหกเข้าไปลึกในท้ายทอย สร้างความอับอายให้กับเด็ก และเมื่อเด็กเดินทางกลับบ้าน ได้สร้างไม่พอใจให้กับผู้ปกครองเด็ก ผู้เป็นแม่พยายามที่จะโทรศัพท์กลับมาสอบถามคุณครูว่า “ ทำไมทำกันรุนแรงขนาดนี้” แต่ไม่มีครูคนไหนรับสาย จนได้ตัดสินใจโพสต์ภาพลูกที่ถูกตัดแหกผมลงเฟสบุคส่วนตัว เพียง 4 ชั่วโมง มีครูที่ปรึกษาของลูกโทรมาขอให้ลบโพสต์ เพราะทางโรงเรียนอาจเสื่อมเสีย ส่งผลต่อนักเรียนทั้งโรงเรียนโดยภาพรวม แม่ นร.ก็ลบทันที แต่เรื่องไม่ได้จบแค่นั้น มีนักเรียนในโรงเรียน มีทั้งครูในโรงเรียน มาโพสต์ด่าแม่ และนักเรียนตลอด จนในที่สุดเมื่อบ่ายวานนี้ ( 7 กค.63) แม่ตัดสินใจโทรไปหา ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ขอลาออก จะไม่ให้ลูกไปโรงเรียนเก่าอีกแล้ว “ไม่มีที่เรียนก็ไม่เป็นไรแม่เลี้ยง” เพราะหวั่นลูกไม่ปลอดภัย

ดังนั้นวันนี้จึงได้นัดหมายมาพูดคุยกัน ดร.ชูชาติ แก้วนอก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 28 ศรีสะเกษ-ยโสธร, ผอ.บัญชา ติละกูล ผอ.โรงเรียนฯ ครูที่ปรึกษาของเด็ก ครูฝ่ายปกครอง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เดินทางมาแพอาหารที่บ้านแก้ง เพื่อมาพูดคุย สร้างเข้าใจกัน ทั้งในเรื่องกฎระเบียบของการไว้ทรงผมของทางโรงเรียนที่กำหนด การใช้อารมณ์ชั่ววูบในการเดินเข้าไปตัดผมเด็ก ต่อหน้าเพื่อนๆ ในแถวหน้าเสาธง การไม่ยอมตักเตือนก่อนตัด สอบถามสาเหตุว่า ทำไมแม่ไม่ให้ลูกตัดผมมาให้ถูกระเบียบของทางโรงเรียน จริงอยู่ว่ากฎกระทรวง ได้มีกำหนดไว้ว่า สามารถให้เด็กได้ไว้ผมยาวได้ แต่ก็จะต้องมีขอบเขตที่เหมาะสม โดยเฉพาะหญิง ก็จะต้องรวบมัดโบว์ให้เรียบร้อย จนในที่สุดกลายเป็นปมดราม่าขยายวงกว้างไป แล้วทำไมวันนี้ คุณแม่ จึงให้ลูกลาออก จะไม่เรียนต่อแล้วหรือ หรือมีทีเรียนใหม่แล้ว เรื่องนี้จะเป็นเช่นไร

ผลการเจรจา ดร.ชูชาติ แก้วนอก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 28 ศรีสะเกษ-ยโสธร เปิดเผยว่า ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 28 ศรีสะเกษ-ยโสธร ได้มาพุดคุยกับผู้ปกครองในกรณีที่เกิดขึ้นเราได้ขอสรุปตรงกันว่า ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้มีครูฝ่ายปกครองได้เดินทางมาด้วย และได้ยอมรับการกระทำในครั้งนี้เกินความพองาม และได้ขอโทษผู้ปกครอง และเราได้มีขอตกลงรวมกันที่จะดูแลลูกๆนักเรียนของเรา ในกรณีของน้องเอ นามสมมุติ เป็นนักเรียน ชั้น ม.3 มีเลขประจำตัวเป็นเลขคี่ ซึ่งทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอนในช่วงนี้เป็นออนไลน์ สำหรับการเรียนแบบในห้องเรียน หรือแบบออนไซต์ เรียน 5 วัน พัก 9 วัน ช่วงนี้น้องเอก็จะอยู่ในช่วงพัก เปิดเรียนก็จะไปเรียนตามปกติ ทางโรงเรียนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมนักเรียน พ.ศ.2563 ซึ่งกำหนดให้นักเรียนชาย และนักเรียนหญิง สามารถไว้ผมสั้น หรือผมยาวก็ได้ กรณีนักเรียนชายที่ไว้ผมยาว ด้านข้าง และด้านหลังจะต้องยาวไม่เลยตีนผม สำหรับนักเรียนหญิงกรณีไว้ผมยาว ไว้ผมยาวได้ แต่ต้องรวบให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัด ด้านครูฝ่ายปกครองก็จะเป็นการตักเตือน ไม่ได้มีการตั้งกรรมการสอบ โดยชี้ให้เห็นว่าการกระทำในครั้งนี้เป็นการกระทำเกินพองาม เป็นบทเรียนเอาไปใช้ในการทำงานต่อไป ผมได้กำชับทุกโรงเรียนในเขต สพม.28 ต่อไปนี้จะไม่มีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นอีกเป็นเด็ดขาด ครูเราจะต้องเป็นครูรุ่นใหม่ที่ใช้วิธีการนุ่มนวลกว่านี้ จริงอยู่เราอยากให้เด็กมีวินัย แต่วิธีการแหมผมเด็ก ยังเป็นวิธีเดิม ๆ ต่อไปนี้จะต้องให้ครูทำอะไรกับเด็กจะต้องทำด้วยความรักและความหวังดี

ด้านคุณแม่ 33 ปี มารดาของน้องนักเรียนหลังจากพูดประชุมกันเสร็จแม่ยืนยันการเรียนตามใจน้องว่าอยากเรียนต่อหรืออยากจะย้ายลาออกจากโรงเรียนเดิม ขณะเดียวกันน้องยืนยันว่าไม่สามารถไปโรงเรียนเก่าได้อีกแล้วเพราะกลัว ส่วนจะย้ายวันไหนไปโรงเรียนไหนนั้นแล้วแต่แม่ไม่ทราบเหมือนกันแต่วันนี้ยืนยันย้าย และขอยุติเรื่องนี้ทั้งหมดในวันนี้จะไม่ดำเนินการอะไรต่อไปอีกแล้ว ย้ายไปที่ใหม่ขอตั้งไจเรียนและช่วยงานแม่ที่ร้านพอ

/////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ