ศรีสะเกษ-นร.ที่ถูกครูแหกผม แม่ยอมแพ้ให้ลูกลาออกจากโรงเรียนเก่า หลังถูกคุกคามหนัก

3741

แม่ที่โวยถูกครูแหกตัดผมลูกสาว ขอยอมแพ้ ยอมให้ลูกลาออกจากโรงเรียนเก่าแล้ว จากการที่ถูกคุกคามหนักทั้งทางจากโทรศัพท์ ไลน์ เฟสบุค ทั้งจากศิษย์เก่า ครูในโรงเรียนบางคน หวั่นลูกไม่ปลอดภัย หากให้ไปโรงเรียนต่อ

บ่ายของวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ที่ แพอาหารที่บ้านแก้ง ตำบลคูซอด อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสถานที่ทำมาหากินของแม่ที่ออกมาโวยออกเฟสในการที่ลูกตนเอง ถูกครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอยางชุมน้อย หนีบผมแบบไม่ปราณี เพราะเห็นว่าทรงผมของลูกสาว ไว้ยาวเกินคาง ผิดกฎระเบียบของทางโรงเรียน ทั้งที่ไม่เคยตักเตือน หรือพูดคุยก่อน จนเป็นเหตุให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ออกไปเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ โด่งดังไปทั่วประเทศ มีทั้งเห็นใจในความเป็นแม่ และดุด่าในความที่ไม่ปฎิบัติตามกฎกติกาของโรงเรียน ทั้งที่โพสดังกล่าว แม่ได้ลบไปตั้งแต่วันแรก หลังจากลงไปได้เพียง 4 ชั่วโมง แต่ยังถูกด่ายันถึงเมื่อคืน แต่ก็มีให้กำลังใจก็เยอะ ที่หนักสุดและรับไม่ได้คือ ทั้งนักเรียนในโรงเรียน ทั้งครูบางคน ก็มาโพสต์ด่าทุกวัน อันที่จริงไม่ใช่แค่ลูกสาวตนที่ผมยาว มีนักเรียนอีกหลายคนที่ไว้ผมยาวมาโรงเรียน และโพสต์มาเยาะเย้ยลูกสาวตนในมือถือก็มี หลังลูกตนถูกตัดแหกผม หากปล่อยให้ลูกไปโรงเรียนอีกในวันพรุ่งนี้ ลูกสาวตนคงโดนยำใหญ่แน่นอน ทางที่ดีให้ลูกตนลาออกเลยดีกว่า และไม่ขอคุยตามที่นัดหมายแล้ว ยกเลิกไปเลย เพราะตนเชื่อว่า หากลูกตนขอลาออกจากโรงเรียนนี้แล้ว ทุกอย่างน่าจะจบลง ส่วนตนกับลูกจะไปหาโรงเรียนใหม่เรียนได้หรือไม่ก็ช่างมัน โดยได้โทรศัพท์ขอลาออกให้ลูกกับ ผอ.บัญชา ติละกูล ผอ.รร.ยางชุมน้อยพิทยาคม แล้ว

น.ส.จตุพร คำเอี่ยม แม่ของลูกสาวที่ถูกครูฝ่ายปกครองจับแหกตัดผม กล่าวว่า นับตั้งแต่ตนเห็นลูกสาวตนถูกครูจับแหกผมแบบน่าเกลียด กลับมาบ้านตนใจหาย เสียใจมาก พยายามที่จะโทรศัพท์กลับไปหาคุณครูฝ่ายปกครอง แต่ไม่มีใครรับสายตนเลย สอบถามลูกก็บอกว่าครูมาแหกผมตอนอยู่หน้าเสาธงขณะกำลังเข้าแถวเคารพธงชาติ ซึ่งแหกผมลูกตน กับเพื่อนลูกสาวไปด้วย 3 คน ขณะเดียวกันนักเรียนอีกหลายห้อง ที่ไม่ได้ตัดผมมาโรงเรียน ผมยาวกว่าลูกตนเสียอีก ยืนเข้าแถวด้วยกันไม่ตัด เหมือนจงใจมาตัดลูกตนกับกลุ่มเพื่อนๆ จากนั้นมีเพื่อนครูโทรมาให้ตนลบโพสต์ ตนก็ลบ แต่เรื่องก็ไม่จบ เอาจริงๆ เมื่อก่อนตั้งแต่ลูกตนเรียน ม.1 ถึง ม.2 ลูกตนไว้ผมยาวครึ่งหลัง และได้รวมผูกโบมัดเรียบร้อย แต่พอมาขึ้น ม.3 ครูแนะนำให้ตัดผม ลูกตนก็ตัด เสมอคาง แล้วไปโรงเรียนกลับโดยจับตัดจับแหกแบบนี้ รับไม่ได้จริง และวันนี้ตัดสินใจแล้ว ให้ลูกลาออก เพราะครูไม่สามารถประกันความปลอดภัยให้ลูกตนได้ หากไปโรงเรียนต่อ อาจจะถูกบูลลี่ได้ ซึ่งน่าที่จะอันตรายต่อลูกตนมากกว่าให้หยุดเรียน ลาออก ส่วนเรื่องที่นัดหมายที่จะพบปะพูดคุยกันระหว่างครูฝ่ายปกครอง ผอ.โรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา นั้น ตนขอเลื่อน หรือยกเลิกไปเลยก็ได้ เพราะตนให้ลูกลาออกแล้วก็น่าที่จะจบ ยอมแพ้แล้วค่ะ

ขณะเดียวกัน น้อง เอ นามสมมุติ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่มีเรื่อง ในเฟสบุคตน เพื่อนสนิท มีแต่เรื่องของตน โด่งดังไปทั่ว มีทั้งดี และไม่ดี ตนยอมรับคิดมาก บางคืนนอนไม่หลับ ต้องคอยอยู่ใกล้ๆ แม่ นอนกับแม่ มั่นใจจึงหลับ และไม่กล้าที่จะไปโรงเรียนเก่าต่อไปอีกแล้ว เพราะรอบๆ บริเวณโรงเรียนก็มีแต่ป่า หวั่นอันตรายถึงตน แต่ก็ไม่รู้ว่าแม่จะให้ลาออกไปเรียนต่อที่ไหน เพราะตนเองก็ต้องการที่จะเรียนต่อให้จบ อย่างน้อยก็ปริญญาตรี ในช่วงหยุดเรียนปิดเทอม หยุดเสาร์ – อาทิตย์ ตนก็ไม่ได้ไปเที่ยวเตร่ที่ไหน มาช่วยแม่ขายอาหารที่แพร้านอาหารตลอด ไม่เคยเกเร ครูให้ตัดผม ตนก็ตัด จากเมื่อก่อนที่เคยไว้ยาวถึงครึ่งหลัง วันนี้เชื่อแม่ แม่ให้ลาออกก็ออกค่ะ เพื่อให้ทุกอย่างจบ

/////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ