บุรีรัมย์-บ้านพักเด็กบุรีรัมย์เร่งฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจ ด.ญ.5 ขวบถูกตาข่มขืนชาวบ้านเรียกร้องเพิ่มโทษผู้กระทำ

40

บ้านพักเด็กและครอบครัวจ.บุรีรัมย์ เร่งฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจ ด.ญ. 5 ขวบเหยื่อถูกตาวัย 43 ข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมประสานยุติธรรม เพื่อขอค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ตำรวจส่งตาหื่นฝากขังแล้ว ขณะชาวบ้านผวาดูแลบุตรหลานใกล้ชิดหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย เรียกร้องเพิ่มโทษผู้กระทำผิด

(12 มิ.ย.63) ความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ได้จับกุมนายมงคล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาว ต.หัวฝาย อ.แคนดง หลังจาก น.ส.นภาพร อายุ 26 ปี ได้เข้าแจ้งความว่า นางมงคล ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 5 ขวบลูกสาวของตัวเอง ซึ่งเป็นเหลนของผู้ก่อเหตุ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนายมงคล ก็ยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าถูกเมียบอกเลิกประกอบกับดื่มเหล้าเมา จึงหน้ามืดก่อเหตุข่มขืนเหลนของตัวเอง ตำรวจได้แจ้ง 4 ข้อหา คือ “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม , กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร โดยปราศจากเหตุอันสมควร , พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล” และได้ส่งฝากขังที่เรือนจำนางรองแล้ว

ขณะที่ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ต่างก็รู้สึกหวาดกลัวและไม่สบายใจ และก็จะดูแลบุตรหลานของตัวเองให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นกับคนในครอบครัว และอยากให้ลงโทษกับผู้กระทำตามกฎหมายถึงที่สุด หากเป็นไปได้ก็อยากให้มีการเพิ่มโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคดีข่มขืน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก

ขณะที่ น.ส.พัทธ์ธีรา ขุนชะ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจ.บุรีรัมย์ ระบุว่า หลังรับทราบเรื่องทางบ้านพักเด็กฯ ก็ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายในทันที ทั้งเรื่องการฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจเด็กที่ถูกกระทำ พร้อมทั้งประสานกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัด เพื่อขอค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ทั้งนี้ยอมรับว่า สังคมปัจจุบันเกิดเรื่องลักษณะนี้ค่อนข้างบ่อย ทั้งจากบุคคลในครอบครัวเองและจากบุคคลอื่น ซึ่งปัจจัยหลักๆ เกิดจากการดื่มสุรา เสพยาเสพติด รวมถึงการขาดศีลธรรม และขาดความยับยั้งชั่งใจ ดังนั้นทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามกยากฝากถึงการใช้สื่อโซเชียลในการส่งต่อข้อมูลของผู้เสียหาย เพื่อไม่ให้เด็กเป็นผู้ถูกกระทำซ้ำจากสื่อหรือคนในสังคม

ภาพ/ข่าว สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์