เลย-ผู้ปกครองไม่เห็นด้วยกันการเรียนออนไลน์เหลื่อมล้ำทางสังคม

52

จ.เลย การเรียนออนไลน์ กระแสจากผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย จากฐานะ ความพร้อม อุปกรณ์ และความรู้ในการดูแลบุตร-หลาน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 18 พ.ค.2563 ผู้สื่อข่าวสังเกตการณ์การรับงานไปเรียนออนไลน์และทำงานส่งครูแต่ละแห่ง ที่สถานศึกษา พบกับนายแส่ว มีโสภา อายุ 80 ปี เลขที่ 135 หมู่ 6 บ้านนาอาน ต.นาอาน อ.เมืองเลย กล่าวว่า ตนทำอาชีพทำไร่ทำนาและขับสามล้อรับจ้าง มีหลานอยู่ในความดูแล เกี่ยวกับเรียนออนไลน์นั้น เป็นเรื่องลำบากใจมากกับผู้ปกครองด้วยวัสดุ อุปกรณ์และคนชรา ตา ยายจะมีความรู้ไปสอนไปดูบุตรหลานได้ไง พ่อ-แม่ ของเขาก็ต้องไปทำงานในจังหวัดเลยต่างถิ่น เด็กในชนบทจะเสียเปรียบเด็กในเมืองและใกล้เมือง เกิดความเหลื่อมล้ำทางความรู้และสังคม แต่ที่ต้องให้หลานเรียนเพราะว่า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดนี้เอง เด็กในโรงเรียนจะมีใครห้ามพูดคุย หยอกล้อ สัมผัสกันได้ และเด็กทุกวันนี้เขารู้เขาเก่งด้วยคอมและโทรศัพท์มากเพียงแต่ต้องจัดหาให้เขา เท่านั้น จึงตนเห็นเพราะความจำเป็นป้องกันโรคฯ

ด้านนางสาว นฤมนต์ ประสงค์ อายุ 37 ปี เลขที่ 94 หมู่ 1 บ้านติดต่อ ต.นาอาน อ.เมืองเลย กล่าวว่า ตนจึงไม่เห็นด้วยเนื่องจากวาดุอุปกรณ์ที่มีไม่เท่ากัน ฐานะของผู้ปกครอง ความพร้อมต่างๆ และผู้มีรายได้น้อยต้องหาเงินกู้หนี้ ดิ้นรนหาเงินไปซื้อโน๊ตบุ๊คซื้อเครื่องโทรศัพท์ หนี้สินเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะคนที่มีลูกหลายคนจะเกิดปัญหาตามมาส่วนตา-ยายก็ไม่มีความรู้ไปแนะนำเด็ก ยุคใหม่นี้ พ่อ-แม่ ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เด็กก็จะเล่นเกมส์ต่างๆมากกว่าตำราเรียน สรุปว่าตนจะไม่ให้ลูกเรียนออนไลน์ คือจะรอให้เปิดเทอมอย่างเป็นทางการจึงจะให้ไปเรียนที่โรงเรียนจะดีกว่า

ส่วนนางวัลยา รามศิริ บ้านหนองบอน ต.นาโป่ง อ.เมืองเลย กล่าวว่า มีลูก 2 คนกำลังเรียน กรณีนี้ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง คือ 1 เรื่องของเวลา พ่อ-แม่ ต้องทำงานทุกวันจะมีเวลาไหนคอยควบคุมไปดูแลลูกๆเรียนออนไลน์ 2.เรื่องวัสดุอุปกรณ์ย่อมไม่เพียงพอเด็กความพร้อมที่ไม่เท่าเทียมกัน ไม่สะดวกวันนี้ตนไปห้างสรรพสินค้าพบยายพาหลานไปเลือกซื้อน็ตบุ๊คและโทรศัพท์มือถือซึ้งไม้รู้ว่าใช้รุ่นไหนอย่างไร เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น และ 3. เรื่องเด็กที่อาศัยอยู่กับตา-ยาย ปู่-ย่า จะมีความรู้อะไรกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และตำราเรียนยุตใหม่นี้ และ 4.เรื่องของวิชาการ เมื่อเด็กอยู่กับวืชาการมากจะเสียสมาธิ แต่หากอยู่กับครูก็ยังสามารถดึงสมาธิกลับมาเรียนต่อได้ด้วยวิธีของครูเอง จึงเห็นด้วยและไม่ให้ลูกเรียนออนไลน์

คุณรสนิสา บุญสุข ผู้ปกครองนักเรียนรายหนึ่งในตัวเมืองเลย ได้แสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลุ่มไลน์ ว่า ดิฉัน ในฐานะผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง มีความประสงค์ อยากให้ท่าน ผอ.ทุกโรงเรียน ช่วยทบทวนเรื่องการสอน การเรียนออนไลน์ ใหม่ เนื่องจากดิฉันมองเห็นถึงความลำบากของพ่อแม่ผู้ปกครองด้วยกัน ในหลายๆ เรื่อง ต่างมานั่งระบายปลดทุกข์ให้ดิฉันฟังหลายท่าน จึงขอยกตัวอย่าง ดังนี้
ข้อ1.การที่จะมีการเรียนออนไลน์ได้นั้น เด็กนักเรียนจะต้องมีคอมพิวเตอร์ มีอินเตอร์เน็ต ซึ่ง ข้อนี้ ถือว่าสำคัญมาก หากไม่มีก็ไม่สามารถเรียนได้ นั้นหมายถึง บ้านไหนไม่มี 2 สิ่งนี้ ก็ต้องไปซื้อ เพื่อให้ลูกได้เรียน ซึ่งคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ 10-20 บาท นะคะ เครื่องนึงเหยีบหมื่นบาท แต่ในทางกลับกัน ผู้ปกครองในเวลานี้ การงานแย่ ทำมาหากินตอนนี้ก็ลำบาก แล้วจะหาเงินจากที่ไหนมา ลำพังจะหามาซื้อข้าวกินในแต่ละวันยังลำบากเลย แล้วถ้าบ้านไหน มีลูก 2-3 คน ไม่ต้องซื้อ 2-3 เครื่องเลยเหรอคะ เพราะต้องเรียนออนไลน์เหมือนกันและเป็นเวลาเดียวกัน พ่อแม่บางคนไม่อยากให้ลูกต้องด้อยกว่าคนอื่นๆ ยอมไปกู้หนี้ยืมสิน ร้อยละ 20 ก็ยอม เพื่อเอามาซื้อคอมพิวเตอร์ให้ลูกหลาน เพื่อลูกหลานจะได้เรียนเหมือนคนอื่นๆ ลำพังหาเงินมาจ่ายค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน ต่างๆ ในเเต่ละเทอมก็แย่กันอยู่แล้ว นี้ยังต้องหาเงินมาผ่อนคอมพิวเตอร์ อีก แบบนี้ดีแล้วเหรอคะ สรุป แผนการณ์นี้ ใครได้ประโยชน์มากที่สุดคะ นักเรียนหรือผู้ปกครอง คำตอบ คือ ร้านขายคอมพิวเตอร์ กับ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตจ้า รวย ซึ่งรวยมากอยู่แล้ว และรวยขึ้นไปอีก
ข้อ2 การเรียนออนไลน์ หากไม่มีผู้ใหญ่คอยนั่งอยู่ใกล้ๆ คุณคิดว่า เด็กๆ จะไม่เปิดไปหน้าอื่นบ้างเหรอคะ เช่น youtube , เกมส์ และอื่นๆ อีกมากมาย คุณคิดว่าเด็กๆ จะตั้งใจเรียนกันทุกคนเหรอค่ะ แล้วถ้าให้ผู้ปกครองคอยนั่งเฝ้าตลอดการเรียน แล้วผู้ปกครองจะเอาเวลาไหนไปทำงานหาเงินผ่อนคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งซื้อมาคะ คุณว่ามั้ย
ข้อ3 ในเด็กเล็ก เช่น อนุบาล1-3 สมควรแล้วเหรอค่ะ ที่จะให้เด็กนั่งเรียนตรงหน้าจอนานๆ มีแต่ส่งผลเสียทั้งทางด้านสายตา สมาธิ ที่เด็กเล็ก ยังมีไม่มากพอ ที่จะอดทนนั่งฟังจนจบ
ข้อ4 ผู้ปกครอง จ่ายเงินค่าเทอม แต่ต้องมานั่งสอนลูกตัวเองทั้งหมด แล้วผู้ปกครองจะจ่ายค่าเทอมให้ทางโรงเรียนทำไมคะ หากต้องมานั่งสอนลูกแบบนี้ แล้วถ้ามีลูกหลายคนผู้ปกครองจะสอนทันมั้ยค่ะ ขณะที่กำลังเรียนออนไลน์พร้อมกัน (ข้อนี้หมายถึงเด็กเล็กค่ะ ที่ต้องคอยสอนกำกับตามหลังที่คุณครูสอน เพราะดิฉันมีลูกเล็ก เลยคิดว่าคงสอนคนเดียวไม่ทัน หากลูกเรียนพร้อมกัน)
ข้อ5 ถ้าบ้านไหน ไม่ได้ให้ลูกเรียนออนไลน์ ด้วยเหตุผลจำเป็นของพวกเค้า คุณคิดว่า เด็กๆ จะอายเพื่อนมั้ย เมื่ออาย ผลต่อมาคือ เด็กไม่อยากไปโรงเรียนในวันข้างหน้า เก็บกด ต่างๆ นาๆ ผลกระทบตามมาเยอะมาก

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ดิฉัน ขอให้ท่าน ผอ. ทุกโรงเรียนพิจารณาเรื่องนี้ด้วยค่ะ เพราะดิฉันคิดว่า มันส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองหลายด้าน และที่กล่าวมานี้เป็นแค่บางส่วนที่ยกตัวอย่างให้เข้าใจ ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ส่งผลกระทบ ว่าผู้ปกครองต้องรับสึกหนักแค่ไหนกับนโยบายการเรียนการสอนออนไลน์ที่พวกท่านได้จัดทำขึ้น ณ ตอนนี้

บุญชู ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย