ศรีสะเกษ-กักตัวกลับจากกัมพูชา 1 ราย ขณะที่กลุ่มคุณยายใจบุญแจกเงินสิ่งของ

17

เจ้าหน้าที่ศูนย์เฝ้าระวังโรคโควิด19 นำตัวคนไทยขอกลับเข้าประเทศจากกัมพูชา ผ่านเส้นทางธรรมชาติ มากักตัวที่ศูนย์ 1 ราย รอครบ 14 วัน ขณะที่บรรดาคุณยายใจดี นำสิ่งของพร้อมเงินสดตั้งแจกประชาชนกระทบโควิด

วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 ที่ โรงเรียนเทศบาล3 ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ศูนย์เฝ้าระวังโรคโควิด-19 ได้นำคนไทยที่ขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านเส้นทางธรรมชาติ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ มากักตัว รอเฝ้าดูอาการให้ครบ 14 ก่อนที่จะอนุญาตให้เดินทางต่อเพื่อกลับบ้านที่จังหวัดอุบลราชธานีได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่นำตัวมากักที่ศูนย์แห่งนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง และ เจ้าหน่าอที่ อส.ได้มาเข้าเฝ้าเฝ้าดูอาการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับการตรวจวัดดูไข้ในทุก ๆ 6 ชั่วโมง และตลอดระยะเวลาที่กักตัวมานับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 ยังไม่พบมีอาการไข้ แต่อย่างใด พร้อมกับผลการตรวจโรคโควิด ก็ยังไม่พบว่าติดเชื้อแต่อย่างใด ซึ่งสถิติของผู้ที่ป่วยในจังหวัดศรีสะเกษ ยังอยู่ที่ 8 ราย และหายครบหมดทุกราย ไม่มีผู้ติดเชื้อมาแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2563 ที่จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผู้ป่วยรายสุดท้ายกลับมา รวมระยะเวลาที่ไม่มีผู้ป่วยติดต่อกัน 24 วัน และมีผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ตใหม่ 22 ราย สะสม 150 ราย ยังอยู่ในการกักตัวเฝ้าระวังที่บ้านทั้งหมด 150 ราย และมีผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดต่างทั่วประเทศ วันนี้ 1,037 ราย รวมสะสม 39,324 ราย กักตัวครบ 14 วันไปแล้ว 34,422 ราย ยังต้องรอให้ครบอีก จำนวน 4,902 ราย

ขณะที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษ ได้มีบรรดาคุณยาย ที่รวมกลุ่มกันเองจากการชอบเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ ร่วมกัน แต่วันนี้ไปไหนไม่ได้ จึงได้รวบรวมกันมาจัดซื้อข้างของ ไข่ไก่ ปลากระป๋อง ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม หน้ากากผ้า ข้าวกล่อง บะหมี่กึ่งสำเสร็จรูป รวมทั้งเงินสด เรียกได้ว่า แล้วแต่ใครจะหาซื้ออะไรมา แล้วนำมารวมกัน เพื่อนำมาแจกให้กับผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานกาณ์โควิด-19 จำนวนทั้งสิ้น 150 ชุด โดยได้ประสานขอความร่วมมือกับเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ในการนำเจ้าหน้าที่มาคอยตรวจคัดกรอกการสวมใส่หน้ากาก การวัดไข้ และฉีดเจลล้างมือก่อนเข้ารับ พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยอำนวยความสะดวกในการจัดแถว ยืนเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัยของทุกคนด้วย

/////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ