บุรีรัมย์-ชาวบ้านผวาป้าวัย 62 ขับรถไปขายผักตลาดเช้ามืดถูก จยย.ปริศนา 2 คันขับประกบเชื่อหวังชิงทรัพย์

236

บุรีรัมย์ชาวบ้านผวาป้าวัย 62 ขับรถไปขายผักตลาดเช้ามืดถูก จยย.ปริศนา 2 คันขับประกบเชื่อหวังชิงทรัพย์ ชาวบ้าน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ผวาหลังป้าวัย 62 ขับ จยย.ออกไปขายผักที่ตลาดเช้ามืดเพียงลำพัง ถูก จยย.ลึกลับปิดไฟหน้ารถ 2 คันขับประกบหน้าหลัง เชื่อหวังชิงทรัพย์ โชคดีลูกชายขับรถผ่านมาเห็นรอดหวุดหวิด ชาวบ้านเผยถนนสายนี้เป็นจุดเสี่ยงเคยมีคนถูกชิงทรัพย์มาแล้วหลายรายเพราะเปลี่ยวและมืด วอน จนท.ตรวจสอบติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มความปลอดภัย

(7 พ.ค.63) ได้มีผู้ใช้เพจเฟสบุ๊ก “นางรอง – ฉันไม่ใช่นางเอก” โพสต์เตือนภัยระวังถูกวัยรุ่น ปล้น ชิงทรัพย์ เส้นทางบ้านใต้พัฒนา-บ้านผักหวาน ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โดยในเพจดังกล่าวระบุข้อความว่า “เมื่อช่วงตี 4 ที่ผ่านมา น่าจะเป็นชาย 4 คนขับประกบคนแถวบ้านและแม่ค้าที่กำลังจะไปตลาด เหมือนจะปล้น ชิงทรัพย์ ดีที่พี่ชายขับไปทัน มันเลยหนี แล้วอีกเรื่อง คือ สาเหตุเกิดจาก เสาไฟก็มีนะคะ แต่ไฟไม่มีติดเลยมืดมาก ติดไฟก็ห่างกันมาก โจรก็ดักปล้นเยอะ คนเมายาก็เยอะ”

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านใต้พัฒนา ม.3 ต.ถนนหัก อ.นางรอง ตามที่มีการโพสต์เตือนภัย ก็ได้พบกับ น.ส.แพรพรรณ หม่องกระโทก หรือแพร อายุ 23 ปี ผู้โพสต์ เรื่องราวดังกล่าว ก็เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่ประสบเหตุตามที่นำเรื่องราวมาโพสต์ คือ นางเฉลียว หม่องกระโทก อายุ 62 ปี เป็นแม่ของตนเองซึ่งมีอาชีพขายผักที่ตลาดใน อ.นางรอง โดยวันเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณตี 4 กว่าๆ เช้ามืดของวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่แม่ขับรจักรยานยนต์ออกจากบ้านจะไปขายผักที่ตลาด ตามลำพังเป็นปกติเหมือนทุกวัน แต่พอขับไปถึงถนนเชื่อมต่อระหว่างบ้านใต้พัฒนา-บ้านผักหวาน ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยวและมืด เพราะไม่มีไฟส่องสว่าง ก็มีรถจักรยานยนต์ 2 คัน ซึ่งน่าจะเป็นวัยรุ่นซ้อนกันมาคันละ 2 คน ลักษณะมีพิรุธเพราะปิดไฟหน้ารถ แล้วขับประกบหน้าหลังรถจักรยานยนต์ของแม่ จึงเชื่อว่าน่าจะหวังชิงทรัพย์ ซึ่งแม่บอกว่าตอนนั้นตกใจมาก แต่โชคดีที่พี่ชายขับรถผ่านไปพอดีจึงตะโกนใส่ทำให้รถทั้ง 2 คัน ขับหนีไปทันที ซึ่งถ้าพี่ชายไม่ขับรถผ่านไปก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแม่บ้าง

จากพฤติการณ์ดังกล่าว จึงเชื่อว่าน่าจะหวังชิงทรัพย์ เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีชาวบ้านถูกลุ่มวัยรุ่นชิงทรัพย์มาแล้ว เพราะถนนสายดังกล่าวซึ่งมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ค่อนข้างเปลี่ยวและมืด เพราะระหว่างทางมีไฟติดเพียงหลอดเดียว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจและติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มอีก เพื่อความปลอดภัยกับชาวบ้าน และพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องออกไปขายของตลาดตอนเช้ามืด เพราะไม่รู้ว่าคราวหน้าจะโชคดีเหมือนครั้งนี้หรือไม่

ด้านนางตุ่ม พวงจันทร์ ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ถนนสายดังกล่าวค่อนข้างอันตราย เพราะมีไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยชาวบ้านในหมู่บ้าน และผู้ที่ขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าว ถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์มาแล้วหลายราย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจหาแนวทางแก้ไข หรือติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติม เพื่อสร้างความอุ่นใจและปลอดภัยให้กับผู้ที่สัญจรผ่านถนนสายดังกล่าวด้วย

ภาพ/ข่าว สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์