ชีวิตรันทด ยาย พาหลานวัย 4ขวบไปหาหมอที่โรงพยาบาลถูกปฎิเสธการรักษาพ่อเป็นคนไทยตกงานจากพิษ’โควิด-19′ ส่วนแม่เป็นคนลาว

198

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณเพิงพักในสวนยางบ้านหนองไก่ป่า หมู่ที่ 11
ต.กองโพน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานีพบเด็กหญิงวนิสา บุดดาพันธ์ อายุ 4ปีพร้อมด้วยนายบุญสาน บุดดาพันธ์ อายุ45 ปี เป็นพ่อ และนางเพ็ง รูปสวย
อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นยายคอยดูแลหลานด้วยความเป็นห่วงที่ต้องนอนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน จากการที่ตาทั้ง 2ข้างอักเสพปวดบวมขึ้นมาพอได้เงินเบี้ยยังชีพคนชรารีบเหมารถพาหลานไปหาหมอที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์จ.อุบลราชธานี
แต่ถูกปฏิเสธการรักษา เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายเพราะหลานเป็นต่างด้าวพ่อไทยแม่ลาว ต้องจ่ายค่าเอ็กซเรย์ก่อน 8,000 บาทเจ้าหน้าที่แจ้ง
“เป็นคนลาวก็ต้องไปรักษาที่ลาว”  สุดท้ายต้องพาหลานกลับ!!!!สุดรันทดหลานร้องด้วยความเจ็บปวด,ครอบครัวยากจน,พ่อและแม่ตกงานจากพิษ’โควิด-19’ขออาศัยเพิงพักสวนยางชาวบ้านอยู่

นางเพ็ง รูปสวย อายุ 77 ปี เล่าว่าเด็กหญิงวนิสา บุดดาพันธ์ อายุ 4 ปีเป็นหลาน พ่อเป็นคนไทยแต่แม่เป็นคนลาวไปทำงานขับรถส่งของที่จ.สมุทรปราการหลังจากคลอดเด็กหญิงวนิสาแล้วก็พามาให้เลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก จน 4 ขวบโดยก่อนหน้านี้ประมาณ 1สัปดาห์หลานมีอาการแก้มบวม จึงพาไปหาหมอที่อ.เขมราฐหมอให้ยามากินก็ยุบนึกว่าจะหาย แต่ต่อมาที่บริเวณตาทั้ง2ข้างอักเสพปวดบวมขึ้นมาจึงได้พาหลานไปหาหมอที่โรงพยาบาลเขมราฐหมอทางโรงพยาบาลเขมราฐบอกว่าอาการหนักทางโรงพยาบาลเขมราฐก็เลยเอาใบส่งตัวให้ก็เลยพาหลานมาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมาพอดีได้เงินเบี้ยยังชีพก็เลยเหมารถยนต์พาหลานมาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค จ.อุบลฯหมอบอกว่าให้ไปเอ็กซเรย์  จะต้องชำระ เงิน 8,000 บาท ยายไม่มีเงินยายก็เลยบอกหมอว่าให้เอ็กซเรยก่อนได้ไหมคุณหมอบอกว่าไม่ได้ให้ชำระเงินก่อนถึงจะทำได้จากนั้นหมอบอกว่าให้ไปเจาะเลือดพอได้ใบเจาะเลือดลงมาและให้มาชำระเงินตรงที่ชำระเงินมารออยู่ที่ชำระเงินเป็นชั่วโมงหลานก็ร้องไห้มากก็เลยออกมาหมอก็พูดหลายอย่าง”ทำไมไม่ไปหาหมอที่ฝั่งลาวมาอะไรตรงนี้“ยายก็เลยไปหาเจ้าหน้าที่สงเคราะห์
เพื่อขอความช่วยเหลือทางเจ้าหน้าที่สงเคราะห์ก็บอกว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลยมาทำไม ดุยายอีกยายก็เลยไม่มีที่ไปยายกับหลานก็นั่งร้องไห้วันที่พาหลานไปหาหมอมีเงินติดตัวอยู่แค่600 บาท เหมารถไป“คับแค้นใจมากไม่มีเงินให้หมอก็เลยพาหลานออกมาจากโรงพยาบาลหลานก็ร้องไห้พากันออกมานั่งอยู่ข้างถนนจนถึงบ่ายสามโมงจึงได้พาหลานกลับ

 ทุกวันนี้ก็มาอาศัยเพิงพักของเจ้าของสวนยางอยู่เงินจะซื้อข้าวกินก็ยังไม่มี
พ่อแม่หลานก็ตกงานจากพิษ ‘โควิด-19’

ด้านนายบุญสาน บุดดาพันธ์ อายุ 45 ปี
พ่อเด็กหญิงวนิสาเล่าว่าตนเองเป็นคนไทยแต่ภรรยาเป็นคนลาว ถือบัตรประจำตัวสีชมพูมีบุตรด้วยกัน 2 คน คนแรกคือเด็กหญิงวนิสา อายุ 4 ขวบส่วนคนเล็กก็เป็นเด็กหญิงอายุได้ 3 เดือน ช่วงที่มีเด็กหญิงวนิสาได้เดินทางไปทำงานทจังหวัดสมุทรปราการหลังคลอดแล้วก็พามาให้นางเพ็งเลี้ยงจนถึงปัจจุบันอายุ 4 ขวบแต่ยังไม่ได้แจ้งเกิดจึงทำให้ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านส่วนคนเล็กแจ้งเกิดที่ อ.นาตาลจ.อุบลราชธานี ปัจจุบันตกงานจากพิษ
‘โควิด-19’จึงได้พากันเดินทางกลับมาอยู่ที่
อ.นาตาลจ.อุบลฯโดยมาขออาศัยเพิงพักเจ้าของสวนยางอยู่เหมือน’เคราะห์ซ้ำกรรมซัด’ลูกก็มาป่วยเงินจะรักษาก็ไม่มีที่เจ็บปวดมากที่สุดก็คือคำพูดของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล“เป็นคนลาวก็ต้องไปรักษาที่ลาว”ทั้งๆที่ผมเป็นคนไทย
ลูกก็เกิดที่เมืองไทย จะผิดก็ตรงที่เมียเป็นคนลาว

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมี “เสียงวิพากษ์วิจารณ์”
กันอย่างมากและมีคำถามตามมาว่าทำไมทางโรงพยาบาลไม่มองถึงว่าพวกเขาเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกันสิ่งที่ต้องคำนึงถึง
คือ เรื่องมนุษยธรรมมากกว่าอย่างอื่นเป็นจรรยาบรรณและวิชาชีพการแพทย์สาธารณสุขที่หมอต้องช่วยเหลือไม่ว่าเขาเป็นเชื้อชาติไหน

ภาพ/ข่าว วัชรพล(วิชิต)/อุบลราชธานี