บุรีรัมย์-พ่อตาไม่เชื่อลูกเขยแอบกดถอนเงินผู้ป่วยไตตามที่กล่าวหารอกลับจากส่งของเข้าพบ ตร.แสดงความบริสุทธิ์

32

บุรีรัมย์คืบหน้า พ่อตาไม่เชื่อลูกเขยจะแอบกดถอนเงินชายวัย 47 ป่วยโรคไตนอนรักษษที่ รพ.ตามที่ถูกกล่าวหา เพราะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองมีงานทำมั่นคง และเป็นคนดีชอบทำบุญ พ้อหวังดีช่วยไปกดเช็คยอดแตกลับถูกปักปรำ ลูกเขยบอกกับจากส่งของต่างจังหวัดจะไปพบ ตร.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์

จากกรณีที่นางสุทาทิพย์ แก้วนะทะ ชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.มานพ รอยประโคน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ว่ามีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 กว่าปี ซึ่งเป็นญาติที่มาเฝ้าไข้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลนางรอง ได้กดถอนเงินเยียวยา 5,000 บาท ของนายณรงค์ศักดิ์ คล้ายกระแส พี่ชาย ที่วานไปช่วยกดเช็คยอดเงินให้ ขณะมานอนรักษาอาการป่วยโรคไตอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกันหายไป 3,000 บาท

ล่าสุดนายจักร์กฤษ ร่วมกูล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านหนองโพธ์ ตำบลชุมแสง อำเภอนางรอง ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวคนที่ถูกกล่าวหาว่านำบัตร เอทีเอ็ม.ของนายณรงศักดิ์ ผู้ป่วยโรคไตไปกดเช็คยอดเงินเยียวยา 5,000 บาทมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบพิษโควิด 5,000 บาท แต่พบว่ามีเงินในบัญชีเพียง 2,000 บาท จึงเชื่อว่าน่าจะมีการถอนเงินออกจากบัญชี แต่ก็ไม่พบตัวของนายสมปอง (ขอสงวนนามสกุล) ลูกเขยของบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากไปขับรถส่งของที่ต่างจังหวัด อีกประมาณ 1-2 วันจะเดินทางกลับมา แล้วจึงจะเดินทางเข้าไปพบพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง เพื่อให้ข้อมูละแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้กดถอนเงินไป

จากการสอบถามนายดาว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี พ่อตาของนายสมปอง บอกว่า ช่วงที่ไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลลูกเขยก็จะไปคอยดูแลเฝ้าไข้ และซื้อของให้ตลอด ซึ่งวันเกิดเหตุลูกเขยจะออกไปซื้อของข้างนอก ผู้ป่วยที่อยู่เตียงติดกันก็ได้ไหว้วานให้ลูกเขยไปช่วยนำบัตร เอทีเอ็ม.ไปกดเช็คยอดเงินในบัญชีให้ โดยให้บัตรเอทีเอ็ม ไป 2 ใบ บอกว่าให้เช็คยอดเงินเยียวยา 5,000 บาท กับเงินสวัสดิการคนจนให้ พอลูกเขยกลับมาก็บอกว่าบัตรที่ให้เช็คยอดเงินเยียวยา 5,000 บาท มีเงินในบัญชี 2,000 บาท ซึ่งลูกเขยก็ยังเล่าให้ตนเองฟังว่าทำไมมี 2,000 บาท ส่วนที่ลูกเขยถูกกล่าวหาว่าน่าจะเป็นคนถอนเงินไป 3,000 บาทนั้น ก็รู้สึกเสียใจทั้งที่หวังดีไปช่วยเช็คให้ แต่กลับมาถูกกล่าวหาว่าถอนเงินไป ยืนยันว่าครอบครัวตนเองไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทอง ส่วนลูกเขยก็มีงานทำมั่นคง และเป็นคนใจบุญชอบทำบุญ เชื่อว่าลูกเขยไม่ได้กดถอนเงินของผู้ป่วยคนดังกล่าวอย่างแน่นอน และลูกเขยบอกว่าอีก 1 – 2 วันกลับจากส่งของก็จะไปพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ทางด้าน พ.ต.ต.ศิวัฒน์ กังศรานนท์ สารวัตรสืบสวน สภ.นางรอง ก็ได้นำข้อมูลติดต่อกลับ ทางธนาคารเจ้าของบัญชี เพื่อตรวจสอบที่มาของบัญชีและตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าใครเป็นผู้นำบัตรของผู้เสียหายไปกดถอนเงินหรือไม่อย่างไร คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงเร็วๆ นี้

ภาพ/ข่าว สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์