พิจิตร-เกษตรพิจิตรประสบผลสำเร็จ มาตรการลดการเผาในพื้นที่เกษตร

54

จากปัญหามลพิษทางอากาศที่ประเทศไทยและหลายภูมิภาคกำลังประสบ เนื่องจากหมอกควันพิษ จากฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการเผา ไม่ว่าจะเป็นการเผาในที่โล่งแจ้ง พื้นที่ริมทางหลวง พื้นที่ป่า พื้นที่ชุมชนและที่สำคัญคือพื้นที่การเกษตร ถึงแม้ว่าจังหวัดพิจิตร จะพบสถานการณ์หมอกควันพิษ จากฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 เพียงเล็กน้อย แต่หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ปัญหาดังกล่าวย่อมจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมทั้งสภาพแวดล้อมอีกด้วย

นายวีระชัย เข็มวงษ์ เกษตรจังหวัดพิจิตร ได้กล่าวถึงข้อดีของการหยุดเผา ได้ ๕ ดี ได้แก่ “อากาศดี สุขภาพดี ดินดี สิ่งแวดล้อมดี รายได้ดี” ซึ่งการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อลด/หยุดการเผาในพื้นที่การเกษตร นอกจาก จะทำให้สภาพอากาศดี สุขภาพของเกษตรกรและประชาชนดี เพราะมีความเสี่ยงน้อยในการสูดฝุ่นควัน PM 2.5 และเขม่าควันต่างๆ ลดเผาช่วยให้ดินดี เนื่องจากการไถกลบตอซังฟางข้าวจะย่อยสลายกลายเป็นอินทรียวัตถุในดิน ช่วยให้โครงสร้างดินดี เพิ่มจุลินทรีย์และกิจกรรมการย่อยสลายในดิน การไถกลบตอซังจะเป็นการเพิ่มธาตุอาหารหลักลงไปในดิน ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีได้ประมาณ 220 บาทต่อไร่ และการลด/หยุดเผา ยังช่วยสร้างมูลค่าจากฟางข้าว สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการอัดฟางขาย การใช้ฟางเป็นวัสดุเพาะเห็ด ห่มดิน หรือนำมาแปรรูปสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร ยังได้จัดกิจกรรม สร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาให้แก่แกนนำเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ ศพก. ศจช. ศดปช.และเกษตรกรทั่วไป ในอำเภอเมือง สามง่ามและอำเภอบึงนาราง ซึ่งการดำเนินการตามมาตรการต่างๆดังกล่าว ได้ส่งผลให้สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันของจังหวัดพิจิตรลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากการจัดทำข้อมูลจุดความร้อน จากดาวเทียม พบพื้นที่เผา ซึ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 100,121 ไร่ จากพื้นที่การเกษตรทั้งหมด จำนวน 2,183,980 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 4.58 นอกจากนี้ยังมีรายงานผลการปฏิบัติงานตามมาตรการภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ได้แก่ การหยุดเผาโดยปรับเปลี่ยนเป็นการไถกลบตอซังข้าว ข้าวโพดและการลดเผาในพื้นที่ปลูกอ้อย จำนวน ๓๒,๙๗๙ ไร่ ทั้งนี้ยังคงมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จังหวัดพิจิตรปลอดการเผาและแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน

นายวิชัย สิงห์ทอง หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่จังหวัดพิจิตรได้จัดงานรณรงค์ลดการเผาในท้องถิ่น ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่เกษตร ปี 2563 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ บริเวณศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร วัตถุประสงค์เพื่อสร้างคน/ สร้างชุมชนต้นแบบทำการเกษตรปลอดการเผา ตลอดจนการรณรงค์ส่งเสริมการจัดการพื้นที่การเกษตร และเศษวัสดุทางการเกษตร โดยกิจกรรมภายในงาน ได้แก่ การสาธิตการไถกลบตอซังฟางข้าว นิทรรศการสาธิตการผลิตปุ๋ยหมักจากฟางข้าว การเพาะเห็ดฟางจากถังพลาสติก นิทรรศการและสาธิตการทำกระดาษจากฟางข้าว พร้อมได้จัดทำประกาศรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่โล่งแจ้งและพื้นที่การเกษตร เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรลงนาม ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร การรณรงค์ให้เกษตรกร ไถกลบตอซังข้าว/ข้าวโพด/ซากวัสดุฤดูแล้ง การทำปุ๋ยหมัก ผลิตอาหารสัตว์และแปรรูปวัสดุเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า การส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย ตามประกาศดังกล่าว

ภาพ/ข่าว ธีระพล คุ้มสุข