เลย-เปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อรายที่ 5 ทีมแพทย์ชี้เสี่ยงสูงอีก 2 ราย รอผลตรวจยืนยัน

34

เลย-ประชุมเข้มคณะกรรมการณ์ติดต่อพร้อม เปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อรายที่ 5 ทีมแพทย์ชี้เสี่ยงสูงอีก 2 ราย รอผลตรวจยืนยันพรุ่งนี้

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 14 เม.ย.2563 ที่ ห้องประชุมภูเรือ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเลย ศูนย์บริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดเลย นำโดย นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย พร้อมด้วย นายแพทย์ชุมนุม วิทยานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย และ นายแพทย์ยอดลักษณ์ สัยลังกา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย ร่วมแถลงสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุดในพื้นที่จังหวัดเลย

โดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย กล่าวว่า จังหวัดเลย ยังคงยืนยันผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 5 ราย เช่นเดิม สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ได้มีการเรียกตัวผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 5 มาทำการส่งผลตรวจเพิ่มอีก 10 ราย ได้แก่ คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน และเพื่อนร่วมงาน ซึ่งผลปรากฎว่าไม่พบเชื้อแม้แต่รายเดียว ส่วนกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ จำนวน 36 ราย ที่ได้มีการเรียกตรวจไปตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า 34 รายให้ผลเป็นลบ คือไม่มีเชื้อ ส่วนอีก 2 รายต้องรอผลการยืนยันอีกครั้ง คาดว่าจะทราบผลในวันพรุ่งนี้ (15 เม.ย.63)
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI) เพิ่มอีก 3 ราย โดนรายแรก เพิ่งเดินทางกลับมาจาก จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่พบการแพร่ระบาดของไวรัสจำนวนมาก ส่วนอีก 2 รายเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ขณะนี้ทีมแพทย์ได้ส่งผลตรวจแล้ว คาดว่าจะทราบผลในวันพรุ่งนี้เช่นกัน

ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อทั้ง 5 ราย ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเลย รายแรกนั้นได้รับการรักษาจนปลอดเชื้อแล้ว ขณะนี้กำลังกลับไปกักตัวที่บ้านให้ครบ 30 วัน ส่วนผู้ป่วยรายที่ 2 ซึ่งเป็นนักศึกษา หลังจากการตรวจครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา พบว่ายังมีเชื้อ ล่าสุดเตรียมตรวจซ้ำอีกครั้งในวันที่พรุ่งนี้ ซึ่งหากไม่พบเชื้อจะพิจารณาให้กลับไปกักตัวที่บ้านให้ครบ 30 วันเหมือนกับผู้ป่วยรายแรก ส่วนผู้ป่วยรายที่ 3 ที่ตรวจพบอาการปอดอักเสบ ขณะนี้แพทย์ได้ให้ยาต้านไวรัสเป็นวันที่ 3 ปรากฏว่าอาการดีขึ้น ไม่มีไข้ แต่มีอาการไอเล็กน้อย ขณะที่ผู้ป่วยรายที่ 4 และ รายที่ 5 มีอาการปกติ ร่างกายแข็งแรง ทั้งนี้แพทย์ได้จัดยาต้านไวรัสให้กับผู้ป่วยแต่ละรายเป็นระยะเวลา 5 วัน ก่อนจะส่งผลตรวจหาเชื้ออีกครั้ง

ขณะที่ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อรายที่ 5 นั้นเป็นเจ้าหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล ของโรงพยาบาลเลย จากการสืบประวัติพบว่าเจ้าตัวเดินทางไปหลายแห่ง โดยเริ่มมีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อรายที่ 3 ในวันที่ 25 มีนาคม วันที่ 26 มีนาคม ไปทำงานปกติที่โรงพยาบาลเลย ก่อนเดินทางไปยังห้างเทสโก้ โลตัส ในช่วงเวลา 17.00 น. วันที่ 27 มีนาคม ไปที่ตลาดโต้รุ่ง เวลา 08.00 น. และเดินทางไปทำงานตามปกติ เลิกงานไม่ได้ไปหน วันที่ 28 มีนาคม ไปทำงานตามปกติ แล้วกลับบ้าน วันที่ 29 มีนาคม พักอยู่ที่บ้าน และมีการคุยกับเพื่อนบ้านโดยไม่ใส่แมสก์ วันที่ 30 มีนาคม ไปทำงานตามปกติ และออกไปจ่ายค่าไฟ ที่ กฟภ.สาขาเลย ในเวลา 13.00 น. วันที่ 31 มีนาคม ไปทำงานตามปกติ และออกไปจ่ายค่าน้ำประปา ที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขาเลย เวลา 13.00 น. วันที่ 1 เมษายน เดินทางไปยังธนาคารออมสิน สาขาเลย ในช่วงเวลา 12.00 น. ก่อนจะไปที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาเลย หลังจากนั้น วันที่ 2 เมษายน เดินทางไปตลาดโต้รุ่ง หลังเลิกงาน วันที่ 3 เมษายน เริ่มมีอาการป่วย อาเจียน ปวดศีรษะ มีไข้ จึงลาพักร้อนอยู่บ้าน วันที่ 4 เมษายน กลับไปทำงาน หลังอาการดีขึ้นเล็กน้อย และเข้าพบแพทย์ก่อนรับยากลับมาทานที่บ้าน วันที่ 5 เมษายน มีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก และ หายใจเหนื่อยหอบ จึงลาพักผ่อนอยู่กับลูกชายที่บ้าน วันที่ 6 เมษายน ลางาน แต่ออกไปที่ตลาดบ้านติ้ว ในเวลา 17.00 น. วันที่ 7 เมษายน กลับไปทำงานตามปกติ และมีประวัติการใช้โทรศัพท์สำนักงานร่วมกับผู้อื่น วันที่ 8 เมษายน ยังคงไปทำงานตามปกติ และเดินทางไปตลาดโต้รุ่งอีกครั้งในช่วงเวลา 17.00 น. วันที่ 9-10 เมษายน ยังคงมีอาการเจ็บคอ แต่ไปทำงานตามปกติ เลิกงานกลับบ้านไม่ได้ไปไหน วันที่ 11 เมษายน เพื่อนร่วมงานที่โรงพยาบาลเลย ถูกตรวจพบเชื้อโควิด-19 วันที่ 12 เมษายน เจ้าตัวเดินทางเข้ามาตรวจสารคัดหลังเพื่อส่งตรวจหาเชื้อ วันที่ 13 เมษายน ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 และถูกแอดมิดอยู่ที่ห้องแยกโรค โรงพยาบาลเลย

ด้านนายแพทย์ปรีดา กล่าว่า ปิดท้ายว่า จากการสันนิษฐานคาดว่าผู้ป่วย 3 รายหลัง ต้นตอของการติดเชื้อน่าจะมาจากผู้ป่วยรายที่ 4 ซึ่งเป็นข้าราชการ อยู่ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลย และมีประวัติการเดินทางไปหลายสถานที่ในช่วงก่อนถูกตรวจพบเชื้อ เบื้องต้นทางจังหวัดเลยได้ประสานงานไปยังจังหวัดปลายทางที่ผู้ป่วยรายดังกล่าวเดินทางไปแล้ว เพื่อตามหาผู้สัมผัสใกล้ชิดมาทำการตรวจหาเชื้อต่อไป ทั้งนี้ขอให้ประชาชนทุกคนที่มีประวัติเสี่ยในการเดินทาง อย่าปกปิดข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เหมือกับผู้ป่วยรายที่ 3 และ 4 ที่มีการปิดบังประวัติจนกระทั่งเกิดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นในที่สุด

ภาพ/ข่าว บุญชู ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย