เลย-ยังฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถูกจับดำเนินคดี 12 ราย ตักเตือน 5 ราย

119

จ.เลย ยังมีประชาชนฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 ถูกจับกุมดำเนินคดีอีก 12 ราย ตักเตือนอีก 5 ราย รวมระหว่างวันที่ 3 -8 เม.ย.2563 ดำดเนินคดีแล้ว 48 รายและตักเตือน 137 ราย

เมื่อเวลา 21.30-04.00 น.วันที่ 8 เม.ย.2563 จ.เลย พ.อ.สมหมาย บุษบา รอง ผบ.มทบ.28/ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ล.ย.(ท.) ร่วมบูรณาการประสานการปฏิบัติสนธิลัง 3 ฝ่าย (พลเรือน ตำรวจ ทหาร) การตั้งด่านตรวจ ,และสายตรวจ การฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในการที่จะจำกัดการแพร่ระบาดของโรคโคโร่น่า 2019 (COVID-19) เพื่อไม่ให้ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ในภาวะฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดเลย

พ.อ.สมหมาย บุษบา กล่าวว่า ทุกคืนจะมีการปล่อยแถวข้าราชการชุดดังกล่าวเข้าทำการออกปฏิบัติการสนธิกำลัง จาก กอ.รมน. จังหวัด ล.ย./บก.ควบคุม ฯ ในพื้นที่ จ.เลย อัตรากำลังมีทั้ง สห.มทบ.28 สนับสนุนพื้นที่ อ.เมืองเลย ชป.1 สนับสนุนพื้นที่ อ.เชียงคาน ชป สนับสนุนพื้นที่ อ.วังสะพุง ชป.3 สนับสนุนพื้นที่ อ.ภูเรือ ชป.4 ,ตร.ภ.จว.เลย ( 14 อำเภอ) และจากฝ่ายปกครองจังหวัดเลย รวมทั้งสิ้น 260 นายต่อคืน ด้านการปฏิบัติ โดยใช้สายตรวจรถยนต์และจักยานยนต์ ร่วมปฏิบัติกับสายตรวจ ,จุดตรวจ โดยการประชาสัมพันธ์การบังคับใช้กฏหมายและออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบในพื้นที่รับผิดชอบรายอำเภอ เส้นทางการออกตรวจ ประกอบด้วย ทางหลวงหมายเลข 201 ,ถนนมะลิวัลย์ ,ถนนเจริญรัฐ ,ถนนพิพัฒน์มงคล , ถนนนกแก้ว และถนน เลย – เชียงคาน ทางหลวงหมายเลข 211 และ ถนนคนเดินเชียงคาน พื้นที่ อ.วังสะพุง ทางหลวงหมายเลข 2016 และทางหลวงหมายเลข 210 และทางหลวงหมายเลข 214 ผลการปฏิบัติ ของคืนวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา จับกุมดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนจำนวน 12 ราย และ ว่ากล่าวตักเตือนจำนวน 5 ราย

กรณีของประชาชนที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ถูกจับกุมและดำเนินคดีนั้น ส่วนใหญ่จะอ้างว่าออกไปซื้อสิ่งของ กลับจากเยี่ยมยาติ บางรายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พกอาวุธปืน เมาสุรา เมาแล้วขับ จะถูกส่งฟ้องศาลและปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือ จำคุกไม่เกินสองปี จะถูกกักขังที่บ้านหรือที่ใดๆแต่จะต้องอยู่ในการควบคุมโดยใส่กำไรทางศาลด้วยจำนวน 15 วันและห้ามออกไปไหนส่วนผู้ที่มีคดีอื่นด้วย เช่น ยาเสพติดให้โทษก็อยู่ในดุลยพินิจของศาลพิจารณา

บุญชู ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย