ตำรวจพบแม่ลูกเทวดาขอตำรวจทำตามกฎหมาย สุดทนลูกตน

330

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เข้าพบผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษเขต1  ประชุมลับเพื่อหาทางแก้ไขระยะยาว พร้อมออกหมายจับ ในการก่อเหตุซ้ำซ้อนของลูกเทวดา ที่แสดงออกถึงความรุนแรง ก้าวร้าวไล่ทุบกระจกรถภายในสำนักงานที่ทำงานของแม่ ที่ไม่ยอมตามใจและจ่ายเงิน 8 แสน ซื้อรถจักรยานยนต์ช๊อปเปอร์ให้

บ่ายของวันที่ 17 มีนาคม 2563 ที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต1 พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ. เมืองศรีสะเกษ เดินทางมาเข้าพบ  ว่าที่ ร.ต.ทวีศักดิ์  นามศรี ผอ. สำนักงานฯ เพื่อหารือในการถูกลูกเทวดาบุกเข้ามาในเขตพื้นที่สำนักงานฯ พร้อมทุบกระจกรถยนต์ที่จอดอยู่ในที่จอดรถ ขณะที่เจ้าของรถอยู่ระหว่างการอบรมอยู่ห้องประชุม โดยไม่ความแค้นโกรธเคืองต่อกันแต่ประการใด เป็นเพียงแสดงออกเรื่องจากความไม่พอใจ ที่แม่ซึ่งทำงานอยู่ในสำนักงานแห่งนี้ ไม่ยอมจ่ายเงินให้ จำนวน 8 แสนบาท เพื่อจะนำไปซื้อรถจักรยานยนต์ใหญ่ หรือ ช๊อปเปอร์  ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนได้เคยประกาศกร้าวที่จะไปทุบรถยนต์ ให้ครบ 10 คัน หากแม่ไม่ยอมซื้อให้ และทุบไปแล้ว 6 คัน ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ส่งเจ้าคุมประพฤติ และพ้นโทษออกมาเมื่อปีที่แล้ว จากนั้นก็มาก่อเหตุอีก ในวันที่ 10 มีนาคม 2563 ทุบไป 1 คัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563 มาทุบอีก 1 คัน  เป็น 8 คัน  แต่แม่ก็ยังไม่ได้จ่ายเงินให้ตามที่ขอ เพราะไม่มีเงินให้  เจ้าหน้าที่หวั่นว่าจะไม่หยุด แม้ว่าการกระทำผิดนี้ จะสามารถเจรจากับเจ้าของทรัพย์ที่เสียหาย จนนำไปสู่การยอมความกันได้ก็ตาม จึงเดินทางมาประชุมหารือกับผู้อำนวยการเขต ซึ่งถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาแม่ลูกเทวดาเบื้องต้น และประชุมหารือกับ ผอ. เขต 1 เพื่อหาแนวทางจับกุมดำเนินคดี หาทางแก้ไขช่วยเหลือทุกฝ่ายให้ได้รับความเป็นธรรมภายใต้กฎหมายร่วมกัน

โดย พันตำรวจเอกเทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้คุยกับคุณแม่ของ นายเจ หรือ ลูกเทวดา ในเรื่องของการสอบสวนดำเนินคดี ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเรื่องเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุแห่งนี้ เกิดเรื่องมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งคดีเมื่อวานเป็น ครั้งที่ 8  8 คดีแล้ว  ที่ผ่านมา 7 คดี ฝ่านคุณแม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย และมีการถอนคำร้องทุกข์ จึงทำให้คดีไม่ถึงชั้นศาล ความผิดที่ทำให้เสียทรัพย์เป็นความผิดที่ยอมความกันได้ ส่วนคดีนี้ได้คุยกับคุณแม่ของนายเจแล้ว  อยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ในส่วนของคดีอาญาวันนี้ได้นำสำนวนไปยื่นต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อจะขออนุมัติหมายจับ และข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์ แต่เนื่องจากว่าคดีมนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ขอบังคับของศาล ว่าด้วยการออกหมายจับ คดีที่โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ไม่สามารถออกหมายจับได้ นั้นหมายความว่า พนักงานสอบสวนต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหาก่อน 2 ครั้ง ถ้าผู้ต้องหาได้รับหมายเรียกแล้วไม่มา ก็เป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับได้ วันนี้ศาลจึงได้ยกคำร้อง อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกครั้งที่ 1 โดยให้คุณแม่เซ็นรับหมายเรียกไป ในเบื้องต้นได้แนะนำคุณแม่ให้พาบุตรชาย นายเจ หรือ ลูกเทวดา ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2563 นี้

ว่าที่ ร.ต.ทวีศักดิ์  นามศรี ผอ. สำนักงานฯ กล่าวว่า ทางเราพูดคุยกับคุณแม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานศึกษา หรือฝ่ายปกครอง  เราจะหาวิธีการช่วย นายเจ หรือ ลูกเทวดา ให้เขากับมาเป็นปกติ กลับมาเป็นพลเมืองดีของสังคม โดยการปรับพฤติกรรม โดยเฉพาะทางด้านการคิดของเขา และเรื่องมาตรการในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของสำนักงานแล้ว ก็จะมีเข้มงวดของด้านเจ้าหน้าที่เวรยาม รวมทั้งการติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมอีก  ตัว เพื่อให้เห็นภาพของสำนักงานฯ ที่ชัดเจน และที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ครอบครัว ฝ่ายปกครอง และทางฝ่ายสถานศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นเคสที่พอจะช่วยได้ เพื่อที่จะให้ นายเจ หรือ ลูกเทวดา เปลี่ยนเป็นคนดีของสังคมได้ เพราะมีการตรวจทางการแพทย์แล้วว่า สภาพจิตใจของนายเจ ปกติ เหมือนคนปกติทั่วไป

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ