สุรินทร์-คืบหน้า…ผอตีนักเรียน10ขวบแล้วขังไว้ในห้องผอ.รับตีจริงแต่ไม่ได้กักขัง ญาติไม่ติดใจ สุดท้ายจบกันด้วยดี

78

กรณีที่ได้มีการโพสต์เฟสบุ๊คชื่อ ศิริโรจน์ ชัยฉลาด ได้มีการโพสตั้งแต่วันที่12กพ.63มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆมากมายและมียอดแชร์เกือบ500 กว่าแชร์ โดยมีใจความว่า “”วันนี้หลานชายไลน์มาบอกว่าโดนเพื่อน3คนรุมรังแกหนำช้ำเจอ ผอ.รร.บ้านนาดี ต.หนองระฆัง อ.สนม จ.สุรินทร์ เอาตัวไปเข้าห้องกักขัง ทำร้ายร่างกายทุบตี หัวปูดโน แตก รอยไม้เรียวที่ฟาดลงตัวหลานชายนับครั้งไม่ถ้วน จนเป็นรอยช้ำขนาดใหญ่ หลานชายบอกว่า ผอ.ตี จนไม้เรียว หัก ไป 3 อัน (ฟังจากปากหลานชาย) เขาเป็นเด็กที่ครอบครัวแตกแยก โดนเพื่อนล้อ รังแก แต่เด็ก สมองไม่ค่อยพัฒนาครูทุกคนก็รู้ดีแต่ดิฉันก็พยายามส่งเสียเลี้ยงดูตามกำลัง พยายามสอนเขาให้เป็นคนดี ถึงเขาจะช้ากว่าเพื่อน ไม่เคยตีเขาขนาดนี้นะได้โปรดเถอะค่ะ ดิฉันไม่เข้าใจว่า แรงอาฆาต พยาบาท อันได ที่ทำให้ ผอ.รร.บ้านนาดี ถึงต้องกระทำ กับเด็กใน รร.ของครู ได้ถึงขนาดนี้ ผอ.มีลูกมั้ยคะ นี่แค่หลานดิฉันนะคะ ดิฉันไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพูดคุย เรา ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันนะคะ ใจดิฉันสั่นมากๆๆ ขณะที่พิมพ์ ใจเต้นตึกตักมือไม้สั่น คิดว่า ผอ.รร.บ้านนาดี ต.หนองระฆัง อ.สนม กระทำเกินกว่าเหตุ จริงๆ ได้บอกให้ตา แก่ๆๆพาไปหาหมอ แล้วหล่ะ ตรงที่หัวแตก ตอนนี้20.08 น. อาจจะมืดค่ำเดินทางลำบากดิฉันจะลงไปพบ ผอ.วันศุกร์นี้นะคะ อยากทราบสาเหตุที่กระทำกับหลานชาย รอพบครอบครัวที่ทุกข์ยาก ผู้น้อยด้อยการศึกษา ไร้ศักดินา เพราะตอนนี้ดิฉันมารับจ้างหาค่ารถไป พบผอ. เหตุเกิดแต่กลางวัน คุณตาไปรอรับกลับตอนเย็นรอตั้งนาน เขาบอกว่าโดน ผอ.ขังตัวทุบตี ตาเปิดประตูเข้าไปเห็นแต่นั่งร้องให้เจ็บเนื้อตัว ตาถามว่าเป็นไรครับ ผอ.ตอบโดยไม่คิด ว่าผมตีมันเองละ และไม่อธิบาย ว่าสาเหตุ เกิดจากอะไร””

วันนี้(18 ก.พ.2563)ที่ห้องประชุมโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในเขต ต.หนองระฆัง อ.สนม จ.สุรินทร์ ได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษาคณะกรรมการโรงเรียน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หลังจากที่ได้รับทราบข่าวได้เดินทางมาตรวจสอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับได้ประชุมกันภายในโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกันในห้องประชุมโดยมีนายสำรวย สังข์เสาวภาคย์ ผอ.โรงเรียนฯ เข้าฟังอยู่ด้วยโดยเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความจริงตามที่ผู้ร้องเรียนคือได้ตีเด็กจริงแต่ไม่ได้กักขังแต่อย่างใด โดยได้พามานั่งที่ห้องเรียน แต่ทางผู้ปกครองได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.สนม ก่อน ซึ่งภายในห้องประชุมได้เสร็จสิ้น ทางญาติฝ่ายเด็กได้รับทราบเหตุผลของ ผอ.โรงเรียน ก็ไม่ได้ติดใจพร้อมทั้งจะเดินทางไปถอนแจ้งความตามที่ได้แจ้งไว้กับ สภ.สนมต่อไป

ล่าสุดหลังจากที่ข่าวออก ทาง นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ ศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ ตัวแทนอำเภอสนม โรงพยาบาลสนมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและกรรมการโรงเรียน ได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านนาดี อ.สนม จ.สุรินทร์ พร้อมกับญาติของเด็กที่โดน ผอ.ตีแล้วขังในห้อง ได้เข้ามาประชุมรับทราบข้อเท็จจริงและปรับความเข้าใจในกรณีเหตุที่เกิดขึ้น ด้าน นายสำรวย สังข์เสาวภาคย์ ผอ.โรงเรียนบ้านนาดี ได้แจ้งในที่ประชุมว่าได้ตีเด็กจริง เนื่องจากเด็กได้ทะเลาะกัน จึงได้เรียกเข้ามาตักเตือนแล้วปล่อยไปไม่นานก็ทะเลาะกันอีกจึงได้ลงโทษด้วยการตี และนำตัวเด็กมาใว้ที่ห้องเพื่อรอผู้ปกครองมาครับ เพราะว่าถ้าปล่อยไปเกรงว่าจะไปตีกันอีก จึงได้ขอโทษทางญาติของเด็กด้วยที่ตนทำไปเพราะความหวังดีทำไปเพราะความรักศิษย์ไม่มีเจตนาทำร้าย และพร้อมจะเยียวยา จะไม่ไห้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกพร้อมทั้งจะนำเด็กมาพัฒนาส่งเสริมในเรื่องกีฬาที่เป็นจุดเด่นของโรงเรียน ทางด้านญาติของเด็กก็ได้พูดกับทาง ผอ.ว่าอย่าลงโทษเด็กแบบรุนแรงแบบนี้อีกไม่ว่าจะเป็นตนหรือจะเป็นลูกหลานใครก็ตามอยากจะให้เคสนี้เป็นเคสสุท้ายและเข้าใจในความเป็นครูของท่าน ผอ.จึงไม่ติดใจเอาแต่อย่างใด

ทางด้านผอ.โรงเรียนฯ กล่าวว่าตนเองยอมรับที่ได้ลงไม้ลงมือไปตีเด็กเพราะตนเองทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) ที่มาโรงเรียนแต่ละครั้งชอบมาหาเรื่องให้กับเพื่อนๆในห้องเรียนซึ่งวันหนึ่งๆจะมีเรื่องถึง3ครั้งเลยทีเดียวบางครั้งตนเองโมโหถึงต้องบอกไปว่าดื้อๆแบบนี้ต้องตี ซึ่งตนเองยอมรับว่าได้ตีไปจริงแต่ไม่ได้กักขังเด็กก็มาโรงเรียนทุกวันอีกด้วย

 ทางด้าน นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ ได้กล่าวกับทีมข่าวว่า หลังจากทารบข่าวจึงได้ลงพื้นที่ กับทางบ้านพักเด็กและครอบครัว ผู้แทนของทางศึกษาธิการจังหวัด รวมถึงตัวแทนของทางโรงพยาบาลสนมก็ลงมาเยี่ยมกรณีของน้องมาร์คที่ได้รับอันตรายของการลงโทษของคุณครูโรงเรียนบ้านนาดีซึ่งจากสถานการณ์ข่าวนี้จึงได้มาพบเจอกับทางผู้ปกครองด้วยและทราบว่าเด็กมีการเล่นกันที่รุนแรง ครูจึงได้ตักเตือนแต่ว่ามันเหตุการณ์ซ้ำถึงสามครั้งในวันเดียวกัน ท่าน ผอ.อาจจะลงโทษด้วยการตี และได้คุยกันในส่วนการใช้ความรุนแรงกับเด็กแน่นนอนว่าผิดตามราชบัญญัติคุมครองเด็กและการใช้ความรุนแรงกับก็ไม่ใช้ทางออกที่ดีที่สุด และอีกทางหนึ่งทางโรงเรียนก็ส่งเสริมทางด้านกีฬาอยู่แล้วก็ควรไห้โอกาสกับน้องมาร์คในด้านกีฬาน่าจะเกิดประโยชน์ ในส่วนของครอบครัวเองที่ทางครอบครัวแยกทางกันครอบครัวฐานะยากจน ทางพมจ.ก็จะได้ให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษาก็ดี การครองชีพของครอบครัวก็ดี โอกาสนี้ก็ได้แนะนำโรงเรียนในการที่จะพัฒนาศักยภาพเด็กออกมา ซึ่งโรงเรียนกับผู้ปกครองก็คุยกันแล้วด้วยความเข้าใจ ผู้ปกครองก็ได้ดูแลเด็กไห้ดีมากขึ้น ในส่วนของทางโรงเรียนก็ใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาศักยภาพเด็กมมากขึ้น

ภาพ/ข่าว เขมชาติ ชุณหกิจขจร/ รมิตา  สิงหเสรี …ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์