สุรินทร์-พบชิ้นส่วนมนุษย์ปริศนาถูกเผากลางป่าอ้อย ผญบ.เชื่อเป็นลูกบ้านที่หายตัวไปเมื่อ 2 เดือนก่อน

60

วันนี้(10 ม.ค.2563)ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบหลังมีชาวบ้านโคกเวง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พบชิ้นส่วนมนุษย์ในป่าอ้อยที่ชาวบ้านทำการเผาเมื่อตอนเย็นของเมื่อวาน เพื่อจะตัดส่งโรงงาน ซึ่งสภาพไหม้เกรียมไม่สามารถระบุเพศหรืออายุได้และชิ้นส่วนบางส่วนก็หายไปแต่ยังคงสภาพว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านมั่นใจว่าน่าจะเป็นลูกบ้านที่หายตัวไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

นาย ลวด เมินดี ผู้ใหญ่บ้านโคกเวง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เวลาประมาณ 18.30 น. ของเมื่อวานตนได้รับแจ้งจากลูกสาวว่ามีคนงานรับจ้างตัดอ้อย ได้ทำการเผาป่าอ้อยเพื่อจะทำการตัดส่งโรงงานในวันนี้ แต่พอเมื่อเผาป่าอ้อยจนไหม้หมดแล้ว ยังมีอยู่จุดหนึ่งที่ไฟไหม้ไม่ยอมดับ คนงานจึงได้เดินเข้าไปดูเพื่อจะทำการดับไฟเพราะเกรงว่าไฟที่ยังไม่ดับจะลุกลามไปไหม้ไร่อ้อยที่อยู่ไกล้เคียงกันแต่พอเดินไปดูใกล้ๆ จึงเห็นว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ด้วยความตกใจกลัวจึงรีบวิ่งออกมาบอกเจ้าของสวน และชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง จากนั้นชาวบ้านจึงเข้าไปดูจึงได้แน่ใจว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์จึงได้แจ้งกับตน และผู้ใหญ่ก็ได้ประสานไปทาง ร้อยเวร สภ.กาบเชิง ให้เข้าตรวจสอบพร้อมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.กาบเชิง และหน่วยกู้ภัยสว่างฯ ในเวลาประมาณ 21.00 น. แต่เนื่องจากสภาพศพนั้นถูกไฟไหม้จนเหลือแต่กระดูกแต่ก็ยังคงมีชิ้นเนื้อที่สภาพเน่าติดอยู่บ้างเล็กน้อย และชิ้นส่วนบางส่วนก็หายไป ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุเพศและอายุได้ จึงได้รวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ รพ.กาบเชิง เพื่อส่งแพทย์นิติเวช ชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง

แต่สำหรับตัวผู้ใหญ่เองและชาวบ้านนั้นเชื่อว่าน่าจะเป็นศพของ นางทวน ชาญศรี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.10 บ.โคกเวง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอาศัยอยู่สองคนผัวเมียในบ้านหลังเก่าๆ เพราะลูกเต้าก็ไปทำงานต่างจังหวัดหมด และเป็นลูกบ้านของตน ที่หายตัวไปตั้งแต่ วันที่ 6 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นชาวบ้านและญาติๆ ได้ช่วยกันออกตามหาจนทั่วหมู่บ้านก็ไม่พบ จนมีญาติของ นางทวน ชาญศรี ที่สูญหายได้ไปให้หมอดูดูให้ ซึ่งตอนนั้นหมอดูทักว่าจมน้ำอยู่สระน้ำทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ตนจึงประสานนักประดาน้ำจากหลายๆ หน่วยมาช่วยกันงมหาก็ไม่เจอ จนต้องยุติการค้นหาและถอนกำลังไป และจนถึงทุกวันนี้ 2 เดือนกว่าก็ไม่มีใครพบ นางทวน ชาญศรี อีกเลย ตนจึงมั่นใจว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบในป่าอ้อยน่าจะเป็น นาง ทวน ชาญศรี แน่นอน

ก็เป็นที่แปลกใจว่าสภาพชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบนั้นมีลักษณะเหมือนถูกมัดหรือคล้ายกับถูกยัดใส่ถุงมาทิ้ง เพราะลักษณะที่พบครั้งแรกมีลักษณะเป็นกองๆ กันอยู่ ทำให้ชาวบ้านหลายคนมองไปในแนวทางว่าถ้าเป็นชิ้นส่วนของ นาง ทวน ชาญศรี จริงก็น่าจะถูกฆาตกรรมและนำศพมาทิ้ง เพราะปกติ นางทวน ชาญศรี นั้นไม่มีพิษมีภัยกับใครและยังมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก อีกทั้งสติก็ไม่ค่อยสมประกอบ เพื่อนบ้านส่วนใหญ่ก็จะเมตตาและคอยหยิบยื่นอาหารให้ในยามขาดแคลน ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างตกใจและสงสารเป็นอย่างมาก แต่ที่สุดแล้วก็คงต้องรอผลตรวจที่แน่ชัดจาก แพทย์นิติเวช ว่าจะเป็น นาง ทวน ชาญศรี หรือไม่และ รอการสืบสวนสอบสวนของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาบเชิง ว่าจะเป็นการฆาตกรรมหรือไม่ อย่างไร

ภาพ/ข่าว เขมชาติ ชุณหกิจขจร รมิตา  สิงหเสรี …ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์