บุรีรัมย์-ผอ.รรนิคมสร้างตนเองแจงไม่ได้อมเงินค่าอาหารกลางวันพร้อมให้ตรวจสอบ

65

ผอ.โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง จ.บุรีรัมย์  ออกมาชี้แจงไม่ได้ทุจริตเงินค่าอาหารกลางวันตามที่ถูกกล่าวหา   โบ้ยการเงินเป็นคนดูแลรับผิดชอบเรื่องการเบิกจ่าย  มีเอกสารหลักฐานพร้อมให้ตรวจสอบ   วอนให้ความเป็นธรรมด้วย  ขณะผู้รับจ้างทำอาหารส่ง ร.ร.ยันทำตามสัญญาจ้างเหมาที่ได้รับ ไม่เคยรู้ว่าอาหารไม่เพียงพอกับนักเรียน 

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.62 ความคืบหน้ากรณีที่ชาวบ้าน  ผู้ปกครองนักเรียน  และเด็กนักเรียนโรงเรียนนิคมสร้างตนเอง 3  ต.บึงเจริญ   อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  กว่า 200 คน ได้รวมตัวกันถือป้ายประท้วงที่บริเวณหน้าอาคารเรียน   เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบการบริหารงานของ ผอ.โรงเรียน   โดยกล่าวหาว่า ผอ.มีพฤติกรรมหักหัวคิวเงินค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ที่ได้รับการอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหัวละ 20 บาท  รวมเป็นเงินเฉลี่ยวันละ 3,720 บาท  แต่จ่ายค่าทำอาหารกลางวันเพียงวันละ 2,000 บาทเท่านั้น   จึงทำให้อาหารกลางวันไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่มีอยู่ 186 คน    จนเด็กพากันบ่นว่ากินไม่อิ่ม บางวันข้าวก็หมดคนที่มาทีหลังก็จะเหลือแต่น้ำแกงจืดให้กิน   ซึ่งมีคลิปที่ผู้ปกครองถ่ายภาพน้ำแกงจืดไว้เป็นหลักฐานด้วย   โดยชาวบ้าน ผู้ปกครองระบุว่าเป็นปัญหาแบบนี้มานานกว่า 2 ปีแล้วตั้งแต่ ผอ.คนดังกล่าวย้ายมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ล่าสุด  น.ส.พิชณ์สินี   ศรีทัพไทยเบญญาภา   ผอ.โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง 3   ก็ได้เดินทางมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ปปช. และ ปปท.ภาค 3 ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนภายหลังมีการร้องเรียน  และ ผอ.ยังได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยว่า  จากกรณีที่มีชาวบ้าน และผู้ปกครองออกมาประท้วงและร้องเรียนให้ตรวจสอบตนเอง  โดยกล่าวหาว่ามีการหักหัวคิวเงินค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนนั้น   ขอชี้แจงว่าตนเองย้ายมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน  ยืนยันว่าการทำงานหรือดำเนินการทุกอย่างตนยึดถือตามกฎระเบียบ    อะไรที่ส่อไปทางทุจริต ล่อแหลม ก็จะประชุมตักเตือนนิเทศกันตลอด    ตนเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีการร้องเรียนกล่าวหาแบบนี้   แต่ก็พร้อมให้ตรวจสอบทุกกระบวนการ   แต่กระบวนการตรวจสอบก็ต้องมีความโปร่งใสและยุติธรรม   

ส่วนการเบิกจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันที่ได้รับการอุดหนุนจากทางเทศบาลหัวละ 20 บาทตามจำนวนนักเรียนนั้น     ผอ.ชี้แจงว่า คนที่ดูแลรับผิดชอบก็เป็นครูการเงินเป็นผู้ดำเนินการ    แต่ยอมรับว่ามีบางครั้งที่ ผอ.รับหน้าที่ไปเบิกเงินจากธนาคารให้  เนื่องจากตนเองมีบ้านพักอยู่ในตัวเมือง   ซึ่งก็เป็นการดูแลช่วยเหลือกันเท่านั้น   ยืนยันว่าไม่ได้มีการทุจริตตามที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน   ก็มีเอกสารหลักฐานพร้อมชี้แจงทุกอย่าง   ส่วนกรณีที่ว่าได้รับเงินอุดหนุนมาวันละ 3,720 บาท  แต่ทำไมจ่ายค่ากับข้าว 2,000 บาท  ก็ชี้แจงว่า 2,000 บาท เป็นเพียงค่ากับข้าวหม้อละ 1,000 บาท สั่งมา 2 หม้อก็ 2,000 บาท  ที่เหลือก็เป็นค่าข้าว  ของหวาน และผลไม้  แต่หลังจากที่ได้รับทราบว่ากับข้าวไม่เพียงพอก็ได้ให้ทำเพิ่มจาก 2 หม้อ เป็น 3 หม้อ 

ขณะที่นายวันชาติ  นาคะอุไร  ผู้รับจ้างทำอาหารกลางวัน   บอกว่า  ตนเริ่มรับทำอาหารกลางวันให้กับทางโรงเรียนเมื่อปี 2561   ยอดเด็กนักเรียนขณะนั้น 202 คน ได้รับเงินค่าจ้างเหมาในการทำอาหารวันละ 4,040 บาท  ในจำนวนเงินดังกล่าวก็จะทำกับข้าว 2 อย่างหรือ 2 หม้อแบบเผ็ด 1 อย่างจืด 1 อย่าง คิดเป็นหม้อละ 1,000 บาท  ข้าวสารหุงสุกวันละ 10 กิโลกรัม  ส่วนผลไม้ตามฤดูกาล และขนมหวานก็จะมีสัปดาห์ละ 2 วัน   ก็จะมีครูเวรคอยดูแล   ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องอาหารน้อยไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียนนั้น  ตนเองไม่เคยทราบและทางโรงเรียนก็ไม่เคยแจ้ง    แต่ยืนยันว่าก็ทำสัญญาจ้างเหมาและตนเองก็ทำอาหารให้ตามอัตราที่ได้รับว่าจ้างเท่านั้น 

///////////// สุรชัย พิรักษา  / บุรีรัมย์