ศรีสะเกษ-สมาพันธ์ท่องเที่ยวชูศรีสะเกษ นำร่องโปรเจ็คท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

107

สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำคณะนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ สัมผัสอากาศหนาวเย็นแรกของจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมนั่งใส่บาตรกลางแสงแดดอ่อน ชมรำเผ่าลาว เยี่ยม ชิม ช๊อป ตลาดโบราณ

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ที่ วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวภูมิภาคแห่งประเทศไทย และคณะนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ทั้ง 77 จังหวัด มาร่วมท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งมี นางวาสิตา น้อยพรม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ และคณะให้การต้อนรับ นำสวดมนต์ ไหว้พระ ก่อนที่จะร่วมหิ้วตะกร้าไม้ไผ่มานั่งใส่บาตร ท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวเย็นลง ซึ่งนับว่าเป็นหนาวแรกของจังหวัดศรีสะเกษในเช้าของวันอาทิตย์นี้โดยที่วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ แห่งนี้ จะเป็นถิ่นที่อาศัยของชนเผ่าลาว 1 ใน 4 เผ่าของจังหวัดศรีสะเกษ คือ ชนเผ่า ส่วย – เขมร – ลาว และเยอ และในทุกเช้าของวันอาทิตย์ จะมานั่งทำบุญใส่บาตรกันที่หน้าองค์อุโบสถ ที่ยอดบนสุดมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวภูมิภาคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนเองเป็นคนภาคใต้ คนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มาพบเจอ วัฒนธรรม ประเพณีของชนเผ่าลาว ของภาคอีสานของไทย ที่ผู้ชายพากันสวมโสร่ง ผู้หญิงสวมใส่ผ้าถุง แต่งชุดชนเผ่าลาว มาร่วมกันสวดมนต์ โดยสวดไปพร้อมๆ กันพระคุณเจ้า ก่อนที่จะมานั่งคุกเข่าใส่บาตรอย่างสุภาพเรียบร้อย ท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวเย็น อากาศดีมาก เย็นสบาย สดชื่น และวัดนี้ได้ปรับภูมิทัศน์ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว ตนจะได้นำวัดนี้ ไปเป็นจุดนำร่องในการดำเนินการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา และวัฒนธรรม ประเพณี บวกควบไปด้วยกัน เสนอต่อประเทศไทย และนำวัดนี้ ชุมชนเผ่าลาวนี้ ไปเป็นแบบอย่างการนำเสนอ เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยไปสู่สากล ทั้งใน และต่างประเทศ ขอให้รักษาสิ่งนี้เอาไว้

ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านชนเผ่าลาว ยังได้นำชม ช๊อป ชิม อาหารพื้นบ้าน ตลาดโบราณของชุมชนที่อยู่ภายในวัด ที่มีให้นักท่องเที่ยวได้ชมชิมช๊อปกันทุกวัน พร้อมกับการละเล่นสนุกๆ ด้วยการรำสามัคคีของชุมชน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกันได้ตลอด ซึ่งคนที่รำก็เป็นชาวบ้านในชุมชนบ้านหว้าน มีทั้งเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ ด้วย

///////////////////