สงขลา-โครงการ“จับมือไว้ให้อุ่น” กับผู้นำศาสนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

24

มิติใหม่กับงานเชิงรุกทางการฑูตตามโครงการ“จับมือไว้ให้อุ่น” กับผู้นำศาสนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของกงสุลใหญ่ไทยประจำรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย
นายมงคล สินสมบูรณ์ กงสุลใหญ่เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้นำคณะเข้าเยี่ยมคารวะประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อตามโครงการ “จับมือไว้ให้อุ่น” เพื่อพบปะสนทนา แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนราชการกับผู้นำทางศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากผู้นำทางศาสนาเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับของชาวไทยมุสลิมในพื้นที่และรัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการสื่อสารให้ชาวไทยมุสลิมทั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้และในต่างประเทศ มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับนโยบาย “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการทำงานของรัฐบาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้

โอกาสนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวถึงบทบาทของสถานกงสุลใหญ่ฯ ในการดูแลชาวไทยมุสลิมในรัฐกลันตันและรัฐตรังกานูตามนโยบาย “การทูตเพื่อประชาชน” ของกระทรวงการต่างประเทศ ด้วยโครงการต่าง ๆ ที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ดำเนินการในปี 2562 เช่น การเยี่ยมผู้ต้องขังชาวไทยที่ทัณฑสถานในรัฐกลันตัน
และรัฐตรังกานู ซึ่งส่วนใหญ่ถูกจับกุมในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและยาเสพติด การจัดกิจกรรมกงสุลสัญจรและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพ การจัดโครงการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่มีสถานะตกหล่นทางทะเบียนราษฎร นอกจากนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ยังสนับสนุนกิจกรรมในมิติทางศาสนา เช่น กิจกรรมฉลองละศีลอดเดือนรอมฎอน กิจกรรมร่วมกับมัสยิดบริจาคสิ่งของให้แก่ผู้ยากไร้ ตลอดจน จัดกิจกรรมงานเทศกาลสินค้าและอาหารฮาลาล (Thai Halal Products and Food Festival) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการชาวไทยมุสลิมให้นำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ฮาลาลสู่ผู้บริโภคชาวมาเลเซีย
กงสุลใหญ่ฯ และผู้นำทางศาสนายังได้หารือเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขและป้องกันปัญหาสมองไหล โดยเฉพาะ

ผู้สำเร็จการศึกษาระดับสูง แพทย์ วิศวกร และปัญญาชน ซึ่งไปทำงานต่างประเทศ เนื่องจากไม่มีตำแหน่งงานรองรับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้เสนอความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ
กับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะฝีมือของชาวไทยมุสลิมด้วยแนวคิด “Rebranding Thai Labour” เพื่อให้ชาวไทยมุสลิมสามารถเป็นผู้ประกอบการ และ/หรือ มีทักษะสูงตรงตามตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการทั้งของไทยและต่างประเทศ เช่น โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ระบบโทรคมนาคม ระบบขนส่งทางรางและทางหลวง ฯลฯ ภายใต้นโยบายระเบียงเศรษฐกิจ (economic corridor) และนโยบายสร้างความเชื่อมโยง (connectivity) ทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเป็นสื่อกลางสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนที่อยู่ในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้นำทางศาสนาได้ให้ความเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติศาสนพิธีของชาวไทยมุสลิม เช่น การแสวงบุญ ดะวะห์ การเผยแผ่และการสอนศาสนาอิสลาม ตลอดจนการประกอบอาชีพ เช่น การเปิดร้านอาหารไทย (ร้านต้มยำ) มิได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ ชาวไทยมุสลิมในมาเลเซียยังมีความผูกพันกับประเทศไทย ซึ่งส่วนราชการไทยสามารถส่งเสริมและสนับสนุนโดยเฉพาะด้านการศึกษา เช่น การศึกษานอกระบบ (กศน.) การสอนภาษาไทยให้แก่ชาวไทยมุสลิมได้การเข้าเยี่ยมคารวะ “จับมือไว้ให้อุ่น” ของกงสุลใหญ่ฯ ครั้งนี้ นอกจากได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและรับฟังความเห็นจากผู้นำทางศาสนาแล้ว ยังแสดงถึงการให้ความสำคัญของสถานกงสุลใหญ่ฯ ในการสร้างความร่วมมือที่หลากหลายบนรากฐานความเข้าใจด้านศาสนาและบริบททางสังคมในพื้นที่ เพื่อการดูแล
ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และชุมชนไทยมุสลิมในรัฐกลันตัน – รัฐตรังกานู ตามแนวนโยบาย “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” อย่างยั่งยืน

///////////////// นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา