ชาวนากาฬสินธุ์โอดข้าวแล้งตายอดขายได้เงิน

21

สู้จนหยดสุดท้าย  ชาวนาตำบลเขาพระนอน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งสูบน้ำบาดาล ที่อยู่ลึกกว่า 60 เมตรขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว ที่กำลังจะถอดรวง และกำลังจะแห้งตาย หลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนานกว่า 2 เดือน เผยแห้งตายเสียหายสิ้นเชิง 3 ไร่ เสียดายโอกาสไม่มีข้าวเปลือกขาย ขณะที่ราคารับซื้อข้าวเปลือกตามแหล่งรับซื้อยังสูงถึง ก.ก.ละ 20 บาท

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพ ของชาวนาที่ จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงเตรียมตัวลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี โดยจะเริ่มลงมือตั้งแต่กลางเดือนนี้เป็นต้นไป เนื่องจากถึงช่วงที่อายุข้าวหรือเมล็ดข้าวเปลือกกำลังแก่พอดี ทั้งนี้พบว่าในเขตชลประทานและพื้นที่ราบลุ่ม รวงข้าวกำลังเต็มรวงและรอวันเก็บเกี่ยว ขณะที่ในส่วนพื้นที่สูง นอกเขตชลประทาน  กลับพบว่ามีชาวนาหลายราย กำลังประสบความเดือดร้อน เนื่องจากข้าวขาดน้ำ ต้นข้าวไม่สมบูรณ์ เมล็ดลีบและแห้งตายคารวง จนต้องนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้ง เพื่อสูบน้ำบาดาลใต้ดินที่อยู่ลึกกว่า 60 เมตรขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว ที่กำลังจะถอดรวง และกำลังจะแห้งตาย หลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนานกว่า 2 เดือน

นายสมศรี ภูพาที อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 81 หมู่ 9 บ้านหนองกุง ต.เขาพระนอน จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนมีพื้นที่นา 10 ไร่ โดยปลูกข้าวเหนียวทั้งหมด เนื่องจากอยู่นอกพื้นที่ใช้น้ำชลประทาน  การทำนาต้องต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก จึงประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำไม่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงต้นข้าว 2 ปีที่ผ่านมาจึงได้ลงทุนขุดเจาะบ่อบาดาล ลึก 60 เมตร พอที่จะดึงน้ำขึ้นมาบรรเทาภัยแล้ง  โดยต่อท่อไหลลงสู่แปลงนา และสวนดอกมะลิ ที่ปลูกเป็นอาชีพเสริม

นายสมศรีกล่าวอีกว่า เนื่องจากทำนาฝนปีนี้ ช่วงต้นปีประสบภัยแล้ง และมีฝนตกในช่วงหนึ่ง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลบ่าลงมาอย่างแรง พัดคันนาเสียหาย ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ พอถึงช่วงต้นข้าวตั้งท้องถอดรวง ประกอบกับฝนทิ้งช่วงไปนาน 2 เดือน ความชื้นในดินหมดไป จึงทำให้ต้นข้าวไม่สมบูรณ์ เมล็ดลีบ และยืนต้นแห้งตายอย่างสิ้นเชิง 3 ไร่ ส่วนที่เหลือ 7 ไร่ ก็เหี่ยวเฉา ผลผลิตคงได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะน้ำไม่เพียงพอ  คงได้ข้าวเปลือกลดลงกว่าทุกปีไม่น้อยกว่า 70 %

“เมื่อได้ผลผลิตน้อย  ก็คงจะเก็บไว้กินในครัวเรือน เพราะคงไม่เหลือพอที่จะแบ่งขาย ซึ่งหากขายก็คงจะต้องซื้อข้าวกิน และราคาสูงกว่าราคาขาย  จึงเสียดายโอกาสที่ไม่มีข้าวเปลือกขาย  เพราะทราบว่าตลาดรับซื้อข้าวทั่วไป  โดยเฉพาะข้าวเหนียวนั้น ในช่วงที่ผ่านมาให้ราคาสูงถึง กก.ละ 20 บาท  ทั้งนี้ ตนเคยตั้งความหวังไว้สูงว่าจะแบ่งข้าวเปลือกไปขาย ได้เงินมาใช้หนี้ ธกส.และใช้จ่ายในครัวเรือน แต่เมื่อข้าวตายแล้ง จึงได้แต่รู้สึกเสียดาย และนำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำใส่แปลงนา เพื่อประทังชีวิตให้ต้นข้าว โดยหวังว่าจะเป็นความหวังสุดท้าย ก่อนที่ข้าวจะยืนต้นตายหมด” นายสมศรีกล่าวในที่สุด

นายสมศรี ภูพาที อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 81 หมู่ 9 บ้านหนองกุง ต.เขาพระนอน จ.กาฬสินธุ์ นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งสูบน้ำบาดาล ที่อยู่ลึกกว่า 60 เมตรขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว ที่กำลังจะถอดรวง และกำลังจะแห้งตาย หลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนานกว่า 2 เดือน เผยแห้งตายเสียหายสิ้นเชิง 3 ไร่ เสียดายโอกาสไม่มีข้าวเปลือกขาย ขณะที่ราคารับซื้อข้าวเปลือกตามแหล่งรับซื้อยังสูงถึง ก.ก.ละ 20 บาท

///////////// ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม จ.กาฬสินธุ์