เพชรบูรณ์-สอบปากคำแก๊งวัยรุ่นก่อเหตุตามไล่ตีกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ

23

พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รองผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ ได้รับมอบจากพล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ สภ.หล่มสัก เพื่อติดตามการสอบปากคำแก๊งวัยรุ่นก่อเหตุตามไล่ตีกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ตามคลิปที่สาวเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกลูกหลงโดนวัยรุ่นกลุ่มนี้ทุบทำลายรถจนได้รับความเสียหาย และทีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยเหตุเกิดบนถนนผดุงราษฎร์ 2 เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก โดยล่าสุดทางตำรวจได้ตามตัววัยรุ่นกลุ่มนี้จำนวนราว 15 คนตามที่ปรากฏในคลิปมาสอบปากคำ โดยมีผู้ปกครองมาร่วมรับฟังด้วย นอกจากนี้ยังมีการเชิญกลุ่มวัยรุ่นจำนวนราว 17 คน ที่ถูกไล่ตีมาให้ปากคำเช่นเดียวกัน

อย่างไตก็ตามหลังการสอบปากคำแล้ว พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ พร้อม พ.ต.อ.นิคม พรหมพิราม ผกก.สภ.หล่มสักและตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนฯ ได้ร่วมกันแถลงต่อสื่อมวลชนว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยทันทีพร้อมจัดชุดสืบสวนหาเบาะแสและสาเหตุที่กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายกัน นอกจากนี้ยังไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทำให้ทราบว่าวัยรุ่นที่ก่อเหตุมีใครบ้าง จนสามารถนำตัวมาสอบปากคำได้ยกทั้งแก๊งทั้งกลุ่มที่ก่อเหตุและกลุ่มที่ถูกทำร้าย ทำให้สามารถคลี่คลายคดีนี้ได้ในระดับที่น่าพอใจ

พ.ต.อ.ฐเดชกล่าวว่าทสำหรับพฤติการณ์การก่อเหตุนั้น สืบเนื่องจากวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มไปเที่ยวงานฉลองกฐินที่วัดศรีแสนคำ หมู่ที่ 10 ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จากนั้นเกิดการเขม่นกัน และเกิดการทะเลาะวิวาทกัน หลังเลิกงานกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุขับตามกลุ่มวัยรุ่นคู่อริมา กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ กลุ่มวัยรุนที่ไล่ตามมาเข้าใจรถจักรยานยนต์ของสาวเจ้าของคลิปเป็นของคู่อริ ด้วยความโกรธในขณะนั้นและระงับสติไม่ได้จึงใช้ไม้ไปทุบรถจักรยานยนต์ดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย

“ซึ่งในคลิปจะมีวัยรุ่น 2 คนซึ่งในเสื่อสีแดงหมายเลข 21 และอีกคนซึ่งถอดเสื้อ ถือไม้ทุบรถจักรยานยนต์ตามภาพที่ปรากฎในคลิป โดยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าทำไปด้วยความเข้าใจผิดและพร้อมจะรับผิดชอบรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ส่วนคนเจ็บที่ถูกทำร้ายทางตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนว่าใครเป็นคนกระทำ ฉะนั้นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นทางตำรวจได้แยกแยะเหตุการณ์เป็น 2-3 เหตุการณ์ โดยวัยรุ่นที่ขับรถผ่านกล้องวงจรปิดต้องไปแยกแยะอีกว่า ใครเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบ้าง ส่วนสองวัยรุ่นที่ทุบรถต้องถูกดำเนินคดีข้อหารวมทำให้เสียทรัพย์และการกีดขวางการจราจร

พ.ต.อ.ฐเดชกล่าวว่า ส่วนการชดใช้ซึ่งทางเจ้าของรถพอใจหรือไม่อย่างไรก็เป็นชั้นสอบสวนที่ต้อวดำเนอนการไปตามกฎหมาย ขณะเดียวกันส่วนวัยรุ่นคนอื่นทางตำรวจได้ตรวจยึดรถมาหลายคันแล้ว ก็จะตรวจสอบว่ามีพฤติการทำผิดเข้าข่ายข้อไหนจะดำเนินการทุกข้อหา เพราะขณะเกิดเหตุภาพในกล้องวงจรปิดค่อนข้างชัดว่าเข้าข่ายข้อหาไหนบ้าง และใครทำผิดแล้วรับสารภาพความเมตตาก็อยู่ที่ศาลหรือพนักงานสอบสวนจะพิจารณา

จากนั้นรอง ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ยังขออภัยสาวเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่เหตุการณ์นี้ทำให้รถได้รับความเสียหายและอาจทำให้ตกใจ พร้อมย้ำอีกว่า การที่กลุ่มวัยรุ่นซึ่งขับรถไล่ตามกันมา ไม่ใช่เป็นการแข่งรถในเส้นทางหรือเป็นการแว้นแข่งประลองความเร็วกันทั้งสิ้น เพียวแต่ติดใจหรือเขม่นกันในงานฉลองกฐินจึงขับรถไล่ตามกันมา ดูในภาพคลิปเหมือนประลองความเร็วและมีความรุนแรงแต่ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ใช่แบบนั้น

ด้านพ.ต.อ.นิคม พรหมพิราม กล่าวถึงผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งขับรถกลับจากการไปร่วมงานแต่งงาน และบังเอิญขับรถผ่านบนถนนดังกล่าวและไปประสบเหตุพอดี ทำให้โดนวัยรุ่นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคูอริจึงทุบตีจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งวัยรุ่นที้งสองกลุ่มต่สวปฎิเสธขณะที่จึงอยู่ระหว่างการสืบสวนของทางตำรวจเพื่อหาผู้กระทำผิดรายนี้มาลงโทษต่อไป

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ฐเดชยังถามกลุ่มวัยรุ่นที่ได้รับความเสียหายว่ามีความพอใจและจะให้ตำรวจดำเนินการอะไรเพิมเติมอีกหรือไม่โดยวัยรุ่นกลุ่มนี้แสดงพอใจ นอกจากนี้พ.ต.อ.ฐเดชได้ถามย้ำกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุตามคลิปว่า “ทราบหรือไม่ว่าทำให้ผลเสียหายมากมายและสำนึกผิดหรือไม่” โดยกลุ่มวัยรุ่นพาก้นตอบว่าสำนึกผิดพร้อมรับปากจะไม่ก่อเหตุแบบนี้ขึ้นอีกแล้ว

จากนั้นพ.ต.อ.ฐเดชและพ.ต.อ.นิคมยังยกกรณีนี้ให้ผู้ปกครองเป็นอุทธาหรณ์และยังขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองพยายามห้ามปรามหรือกวดขันบุตรหลาน ในการขับรถจักรยานยนต์ออกนอกบ้านในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังกำชับให้ประชาชนสบายใจและขอมาเที่ยวเพชรบูรณ์โดยยืนยันว่า “มาเที่ยวเพชรบูรณ์มีความปลอดภัยแน่นอน”

////