แม่ฮ่องสอน-“แม่ฮ่องสอนโมเดล”แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน

64

แม่ฮ่องสอน-นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำองกรต่าง ๆ ทุกอำเภอมาถอดบทเรียน “ แม่ฮ่องสอนโมเดล” ตามนโยบายรัฐบาล แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ กันพื้นที่ทำกินออกจากเขตป่า ชาวบ้านขอหากอยู่ก่อนปี 45 หรือก่อนมติ ครม.ปี41 ขอครอบครองได้มากกว่า 25 ไร่ แต่ถ้าครอบครองหลังปี 45-57 ต้องไม่เกิน 25 ไร่ต่อครอบครัว

วันที่ 23 ต.คง62 ที่โครงการธนาคารฟืนอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน บ้านท่าโป่งแดง ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นายจารึก เหล่าประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ระดมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำองค์กรต่าง ๆ ทุกอำเภอ มาถอดบทเรียน “ แม่ฮ่องสอนโมเดล” เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีหลักการจัดการพื้นที่ที่มีการครอบครองที่ดินของราษฏร แนวทางการดำเนินการ จัดการฟื้นที่เพื่อพิจารณาให้ชุมชนที่ได้รับการผ่อนผันให้ถือครองพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และสำรวจพื้นที่ทำกินของราษฏรในพื้นที่อนุรักษ์ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้มีแนวเขตที่แน่ชัดพร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลผู้ครอบครอง และใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และสามารถตรวจสอบ การได้มาของที่ดินนั้นอยู่ในช่วงเวลาใด โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียมประกอบการพิจาณา

นายชิดชนก สุขมงคล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ทำกินของราษฏรในพื้นที่อนุรักษ์ ท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 10 ป่าอนุรักษ์ 242 หมู่บ้าน ในปีงบประมาณ 2561-2562 ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 26 พ.ย.61 เพื่อสรุปบทเรียนและประเมินผลการดำเนินการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง จึงได้จัดให้มีการถอดบทเรียนแนวทางแก้ปัญหาที่ดินของราษฏรในเขตป่าอนุรักษ์ เพื่อสรุปบทเรียนและประเมินผลการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฏร ตลอดจนเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และให้คำแนะนำข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานแก้ไขปัญหาที่ดินองราษฎรในเตป่าอนุรักษ์ เพื่อเป็นข้อมุลในการบริหารจัดการพื้นที่และเป็นแนวทางในการกำหนดแนวเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และควบคุมพื้นที่ ที่ยังคงสภาพป่าสมบูรณ์ ไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติมลดปัญหาการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ป่า มีประชาชนจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าและร่วมมือกัน โดยเน้นการทำประชาคมชาวบ้านต้องมีส่วนร่วม มารับรู้ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนในชุมชนซึ่งก็ได้รับความร่วมมือกับทางจังหวัดและส่วนราชการในพื้นที่ทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านผู้นำชุมชนมาร่วมกันแก้ปัญหาทั้งเรื่องการทำไร่หมุนเวียน การแก้จำนวนพื้นที่ที่ราษฏรอยากจะถือครองในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อสะท้อนปัญหาและความคิดเห็นของราษฏรไปสู่หน่วยเหนือ ให้ลงมารับรู้รับทราบช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหา ประโยชน์ก็จะต้องอยู่กับคนแม่ฮ่องสอนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้อย่างถูกต้องและจะได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตระบบสาธารณูประโภคเข้าไปดำเนินการได้โดยถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน มีทั้งพอใจ และบางหมู่บ้านก็จะขอใช้พื้นที่ทำกินมากอาจจะยังไม่เพียงพอ แต่ก็ได้ข้อสรุปประเด็นคือ หากอยู่ก่อนปี 45 หรือก่อนมติ ครม.ปี41 ขอครอบครองได้มากกว่า 25 ไร่ แต่ถ้าครอบครองหลังปี 45-47 ต้องไม่เกิน 25 ไร่ต่อครอบครัว ก็จะนำความคิดเห็นของประชาชนเสนอหน่วยเหนือต่อไป

นายจารึก เหล่าประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ปัญหาแม่ฮ่องสอน มีปัญหา 3 ด้านใหญ่ ๆ คือ คุณภาพชีวิตของราษฏรไม่มีโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาเรื่องพื้นที่ทำกิน เพราะส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าราษฏรยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ทำกินทำให้ราษฏรรู้สึกว่าไม่มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต และปัญหาความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ทำให้ประชาชนไม่มีรายได้เพียงพอเลี้ยงดูครอบครัว จึงทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีฐานะยากจนเป็นดำดับต้นๆ ของประเทศ รัฐบาลจึงมีนโยบายแก้ปัญหาทั้ง 3 ด้าน ลักษณะของแม่ฮ่องสอนโมเดลคือให้คนอยู่กับป่าให้ได้ ให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการในสามเรื่องเพื่อแก้ปัญหาสามด้าน เพื่อนำโครงสร้างพื้นฐานทั้งสามด้านเข้าไปสู่ประชาชนตามพื้นที่ห่างไกลในป่าเขาทั้งเรื่องถนน ไฟฟ้า ประปา ระบบการสื่อสาร หาที่ทำกินให้มีความมั่นคง ภายใต้โครงการจัดที่ดินให้ชุมชน หรือ คทช. ส่วนการพัฒนาอาชีพรัฐบาลก็ได้มอบสถาบันการศึกษาระดับชั้นนำของประเทศหาแนวทางในการพัฒนาอาชีพที่สามารถให้ราษฏรสร้างรายได้โดยไม่ทำลายป่า เช่นการปลูกกาแฟ การปลูกบุก การปลูกกระเทียม และพืชอื่น ๆ โดยหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนก็จะนำมาปฏิบัติและขยายผลต่อไป

//////////////// ฉลอง หมั่นสกุล / จ.แม่ฮ่องสอน