ศรีสะเกษ-รมช.เกษตร ระบุหลังน้ำลด 120 วัน ชาวบ้านต้องมีรายได้

47

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมให้กำลังแก่ราษฎรผู้ที่ถูกน้ำท่วม ในพื้นทั่งหวัดศรีสะเกษ ยืนยันว่า ภายหลังจากน้ำท่วมลดลงปกติ ภายใน 120 วัน ชาวบ้านจะต้องมีรายได้ จากนโยบาลของรัฐฯ

วันที่ 21 กันยายน 2562 ศูนย์อพยพพักพิงชั่วคราว บ้านหัวสะพาน ตำบลโนนสังข์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ นาย ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งในเขตอำเภอยางชุมน้อย และเขตอำเภอกันทรารมย์ โดยมี นายทรงพล ใจกริ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำคณะหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ พร้อมกับชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม จำนวน 500 ครัวเรือน มารอรับน้ำใจจากรัฐบาล ซึ่งมีทั้งถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้งปลากระป๋อง หญ้าฟางสำหรับปศุสัตว์ ยารักษาโรคปศุสัตว์ที่อาจจะมากับสภาวะน้ำท่วม โดย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันกับชาวบ้านที่มารอรับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีฝากความห่วงใยมา แจ้งว่า ภายหลังจากน้ำท่วมลดลงตามปกติแล้ว ภายใน 120 วัน ชาวบ้านจะต้องมีเงินใช้ ส่วนหนี้ ธกส.ก็ไม่ต้องใช้ ให้เลื่อนออกไป พร้อมส่งเสริมปลูกถั่วเขียว กรมส่งเสริมสนับสนุนพันธุ์ฟรี มีรับประกันราคา รับซื้อคืน กิโลกรัมละ 30.-บาท ส่งเสริมให้เลี้ยงวัว ครอบครัวละ 5 ตัว ในวงเงิน 200,000-บาท เงินกู้ผ่าน ธนาคารฯ ธกส. โดยรัฐบาลช่วยค่าดอกเบี้ย, ส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ข้าวเหนี่ยว ข้าวหอมมะลิ รับประกันราคา ตันละ 19,000 – 20,000.-บาท ชาวบ้านชอบใจ ตบมือกันเกรียว ก่อนที่รับมอบสิ่งของบริจาค ถุงยังชีพ ยารักษาโรคปศุสัตว์ เดินทางกลับบ้าน แต่บางส่วนก็อยู่ที่ศูนย์พังพิงต่อ

นาย ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาเยี่ยมชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม ในนามของนายกรัฐมนตรี มาดูแล มาให้กำลังใจแทนท่าน ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ จะประสบปัญหาในเรื่องน้ำท่วม และฝนแล้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านๆ มา เบื้องต้นในการเยี่ยวยา ก็จะเป็นการเยี่ยวยาประจำตามปกติ คือ หากทำนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหาย เราจะมอบเงินให้ ไร่ละ 1,113.-บาท, ข้าวโพด ไร่ละ 1,148.-บาท, พืชไร่อย่างอื่นก็ไร่ละ 1,640.-บาท อันนี้เป็นการเยี่ยวยาปกติ แต่หลังจากน้ำลดลงแล้ว จะต้องทำอย่างไรก็ชั่งให้ชาวบ้านมีเงินเพิ่มขึ้นให้ได้ ภายใน 120 วัน โดยคิดจากการเอาตลาดนำหน้า ในการประกันราคา เช่น ถั่วเขียวประกันราคาไว้ที่ กิโลกรัมละ 30.-บาท ความชื้อไม่เกิน 14% โดยรัฐฯ รับซื้อคืน พร้อมการให้เมล็ดพันธุ์ฟรี ข้าวโพดรับซื้อ กก.ละ 8.-บาท คนหนึ่ง 10 ไร่ ก็จะมีผลผลิตราวคนละ 10 ตัน โดยตั้งเป้าหมายการผลิตไว้ที่ 1 ล้านไร่ ก็จะได้ผลผลิต 1 ล้านตัน และที่สำคัญ ชาวนาอีสานปลูกข้าว เราก็จะส่งเสริมการปลูกข้าว ที่จะนำไปทำเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวในปีต่อไป โดยข้าวหอมมะลิ เราประกันราคาไว้ให้ ตันละ 19,000 – 20,000.-บาทและประการสุดท้าย คือการส่งเสริมเลี้ยงวัว โดยจะให้เงินมาซื้อวัวเลี้ยง ครอบครัวละ 5 ตัว ซึ่งเป็นเงินกู้ 200,000.-บาท โดยรัฐบาลช่วยค่าดอกเบี้ย พร้อมการประกันวัวตาย เสียหาย โดยบริษัทประกันจะรับจ่ายค่าประกันวัวให้คืน นอกนั้นกรมทรัพยากรน้ำ จะได้บริการจัดการ วางแผน เก็บกักน้ำไว้ให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ในหน้าแล้งได้ตลอดระยะเวลาฤดูแล้งด้วย

ซึ่งคุณตา ทองสุข แปงศรี อายุ 73 ปี เล่าว่า บ้าน วัด โรงเรียนบ้านหนองโอ่ง ถูกน้ำท่วมมาหลายวันแล้ว การเดินทางเข้าออกลำบากมาก ต้องเดินลุยน้ำ ซึ่งน้ำท่วมคราวนี้หนักสุดในรอบ 9 ปี สิ่งที่อยากจะให้รัฐบาลช่วย ก็คืออยากได้พันธุ์ข้าว มาปลูกในช่วงหน้าแล้ง เป็นข้าวนาปรัง พร้อมรัฐบาล ประกันราคาให้สูงๆ ด้วย ตอนนี้น้ำท่วมทำอะไรไม่ได้ ไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ คอยรับแต่ถุงยังชีพ เพื่อนำไปหุงหาอาหารทานกันไป รอน้ำลด เพื่อที่จะได้ไปไหนมาไหนได้ ทำมาหากินตามอาชีพตนเองที่ถนัดได้ต่อไป

//////////////////////