สุรินทร์-สุดระทึกรถแบคโฮขุดดินซ่อมคันอ่าง พบหัวจรวดอาร์พีจีกว่า30ลูกคาดยังมีอีกเพียบ

15

วันนี้ (8พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านโนนมะยาง ม.6 ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีการขุดดินเพื่อถมคันอ่างน้ำ “หนองน้ำหนองคันนาใน” ที่คันอ่างขาดจากภาวะน้ำล้นคันอ่าง จึงได้มีการขุดดินถมคันอ่างใหม่ โดยมีองค์การบริหารตำบลตาเมียงจัดหาผู้รับเหมามาขุดดินในครั้งนี้ หลังจากที่ได้ขุดโดยการเกลี่ยเพื่อแหวกพุ่มไม้ตามแนวคันอ่างเพื่อจะได้ขุดดิน ระหว่างขุดไปเรื่อยๆรถแบคโฮได้ขุดโดนหัวจรวดอาร์พีจีซึ่งลึกลงไปประมาณ20-50เซนติเมตร โดยทีนายสุพล  ทองมาก คนขับรถแบคโฮไม่ทราบว่า ที่โกยดินออกมานั้นมือตักของรถแบคโฮได้ตักเอาหัวจรวดอาร์พีจีติดมาด้วย จนมีชาวบ้านที่มาดูการขุดดินได้ตะโกนบอก คนขับรถแบคโฮจึงได้รีบลงจากรถมาดู พบว่าหัวจรวดอาร์พีจีครั้งแรกที่ขุดเจอประมาน10ลูก จึงได้ถอยรถออกจากพื้นที่ดั่งกล่าวและได้โทรแจ้งหัวหน้างานผู้รับเหมาและช่างอบต.ที่ควบคุมดูแลงานซ่อมคันอ่างในครั้งนี้ พร้อมประสานงานกับทางอำเภอเพื่อเข้ามาตรวจสอบและแจ้งไปยังหน่วยEOD.เพื่อที่จะเข้ามาตรวจสอบและนำไปทำลายต่อไป 

นายไศล หวังมี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนมะยาง ม.6 ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ให้ข้อมูลว่า อ่างเก็บน้ำดังกล่าวเป็นอ่างเก็บน้ำเก่าแก่ที่มีมานานและเป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรและแหล่งน้ำให้สัตว์เลี้ยง โค กระบือ ได้ลงกินน้ำ ซึ่งห่างจากหมู่บ้านออกมาทางชายแดนไทย-กัมพูชาประมาน 2 กิโลเมตรจากฤดูฝนและพายุที่ผ่านมาทำให้น้ำในอ่างมีปริมานมากและล้นขอบอ่างจนไหลเซาะให้คันอ่างพัง ทางองค์การบริหารตำบลจึงได้จัดงบประมานและสรรหาผู้รับเหมามาทำการซ่อมแซมคันอ่างดังกล่าว จนได้มีการขุดพบเจอหัวจรวดอาร์พีจี 

นายสุทิน สาคเรศน์ เจ้าหน้าที่จาก ร้อย อส.อ.พนมดงรักที่16 เล่าว่าหลังจากที่รับแจ้งตนได้เข้ามาในพื้นที่และตรวจสอบเบื้องต้น ปรากฏว่าพบหัวจรวดอาร์พีจีที่รถแบคโฮขุดพบ 27ลูกบางลูกมีอักษรภาษาจีนพิมพ์ติดอยู่ที่ปลอกหุ้มหัวจรวด มีทั้งสภาพที่ใช้การได้และเสื่อมสภาพไปแล้ว และคาดว่า บริเวณหลุมที่รถแบคโฮขุดเจออาจจะมีหัวจรวดอาร์พีจีที่ยังลงเหลือใต้ดินอีก และได้เล่าให้ฟังว่าเดิมตนเคยปฏิบัติหน้าที่ อส.เมื่อปีพศ.2528-2545 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ประเทศกัมพูชามีการรบภายในประเทศและได้มีทหารชาวกัมพูชาไม่ทราบฝ่ายได้หลบเข้ามาล้ำฝั่งแดนไทยและแอบตั้งกองกำลังอยู่ฝั่งประเทศไทยบางจุดตามแนวตะเข็บชายแดนฝั่งประเทศไทย ต่อจากนั้นทางการไทยได้ผลักดันทหารกัมพูชาให้ออกจากพื้นที่เขตแดนไทยและจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นอาจทำให้ทหารกัมพูชาต้องฝังหัวจรวดอาร์พีจีทิ้งไว้แล้วรถอนกำลังออกไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ ได้ทำการล้อมแนวเขตกั้นพื้นที่ไว้ เพื่อรอหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้ามาตรวจสอบเพื่อทำ การเก็บกู้และนำไปทำลายต่อไป

เขมชาติ ชุณหกิจขจร…ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์…รมิตา สิงหเสรี