เลย-ประชุมแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์

47

เลย-ประชุมแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อ.ภูเรือ จ.เลย โดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมวางมาตรเข้มป้องกันแก้ปัญหาช้างป่าภูหลวงออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ต.ค.2563 ที่หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ต.ท่าศาลา อ.ภูเรือ จ.เลย นายนที พรมภักดี นายอำเภอด่านซ้าย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวง มีนายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวง นายจิรชัย อาคะจักร หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนนายอำเภอรอบพื้นที่ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวง เข้าร่วมประชุม

โครงการการพัฒนาระบบการจัดการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นรอบเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย เพื่อศึกษาข้อมูล สถานการณ์และผลกระทบจากช้างป่าออกนอกพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวงโดยการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อสรุปบทเรียนในการเฝ้าระวังช้างป่าที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยทั้งคนและช้างป่าแบบมีส่วนร่วม เป็นการศึกษาประสิทธิภาพในการปรับปรุงถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างป่าและค้นหาแนวทางการฟื้นฟูและการจัดการถิ่นอาศัยของช้างป่าที่มีประสิทธิภาพ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวงแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาระบบการขัดการร่วมที่เหมาะสมกับสภาพของชุมชน ป้องกันความเสียหายกับชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และพื้นที่เกษตรจากช้างป่าลงมาทำลาย รอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

นายจิรชัย อาคะจักร หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง กล่าวว่า ข้อมูลประชากรช้างป่าภูหลวงที่เราได้ทำการสำรวจร่วมกับทางมหาวิทยาลัยมหิดล มีทั้งหมด 186 ตัว ถือว่าเป็นกลุ่มประชากรช้าง เป็นกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ เนื่องจากการกระจายตัวและพื้นที่ของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวงเองมีค่อนข้างจำกัดพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ชุมชนเป็นพื้นที่เกษตรมีการปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลัง และปลูกอ้อย ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้มีช้างได้ออกไปหากินพืชผลเกษตรที่อยู่ข้างนอก กรณีช้างออกนอกพื้นที่ในกลุ่มประชากรที่ออกมากที่สุด ที่เรารวบรวมข้อมูลในปีที่ผ่านมามีทั้งหมด 43 ตัว ได้ออกไปถึงวัดป่าดงค้อญาณสัมปันโณ อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ออกเดินทางไปตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.2563 จนกระทั่งถึงวันที่ 20 เม.ย.2563 ถึงกลับเข้ามายังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ประเด็นปัญหาช้างออกนอกพื้นที่แห่งนี้ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เน้นย้ำพร้อมมอบเป็นนโยบายในเรื่องของการทำงานในการที่จะต้องไป สร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในกรณีที่มีช้างเคลื่อนที่ผ่านชุมชนหรืออกหากินในพื้นที่เกษตรและได้ย้ำเสมอว่าการปฏิบัติงานต้องปลอดภัยความปลอดภัยต้องมาก่อน เรื่องของการให้ความสำคัญกับเครือข่ายภาคประชาชน พี่น้องประชาชนจะต้องเข้ามาเป็นแนวร่วม มีส่วนร่วมในการช่วยกันในเรื่องการทำงานการแก้ไขปัญหา เพราะประเด็นปัญหาเรื่องช้างเป็นเรื่องใหญ่และต้องใช้หลายภาคส่วนในการทำงาน แต่โดยทั้งหมดเลยทางสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง หรือส่วนในพื้นที่เป้าหมายสูงสุดในการทำงานเรื่องช้างต้องให้เขาเกิดและเติบโตและสามารถดำรงชีวิตในป่าในบ้านของเขาได้อย่างมีความสุขในการออกไปด้านนอกต้องมีเครือข่าย มีแนวร่วมภาคประชาชนเพื่อที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและในส่วนของทางช้างเองก็ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง กล่าวอีกว่า มูลจากทางงานวิชาการงานของสถานีวิจัยก็คิดว่าน่าจะลงไปทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนให้รู้จักพฤติกรรม ให้รู้จักการเอาตัวรอดให้รู้จักในเรื่องของสิ่งที่จะต้องควรระวังเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดการเคลื่อนย้ายช้าง จากการติดตามข้อมูลมา 2 ปี พบว่าในกลุ่มช้างฝูงใช้เส้นทางเดิม พื้นที่หากินเดิมค่อนข้างชัดเจนและกระจายไปตามแหล่งพืชอาหารและพืชดึงดูดโดยเฉพาะเมื่อมีแปลงอ้อยหรือแปลงข้าวโพดจะเคลื่อนที่ไปตามแหล่งอาหารหลบพักนอนในพื้นที่พื้นที่หย่อมป่าที่ปลอดภัย ส่วนกรณีช้างหนุ่มเมื่อเมื่อโตเข้าสู่วัยรุ่นแยกออกจากฝูง เดินหากินการกระจายการแสวงหาแหล่งใหม่หรือการเดินไปเสาะแสวงหาในพื้นที่ต่างๆค่อนข้างไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับทั้งพืชอาหารด้วย ส่วนที่ สองเมื่อเวลาตกมันก็ขยับเข้ามาอยู่ใกล้ฝูงเพื่อที่จะได้มีโอกาสผสมพันธ์ ในการทำงานพบว่ากลุ่มช้างหนุ่มช้างเพศผู้วัยรุ่น 1หรือ 2ตัว กลุ่มนี้จะต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดและต้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุดเพราะกลุ่มช้างหนุ่มเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังและต้องติดตามในแง่ของงานวิจัยงานวิชาการการทำงานของเจ้าหน้าที่ของเขตที่ต้องลงไปทำงานกับชุมชนด้วย

บุญชู ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย