กาฬสินธุ์-ซีพีออลล์เปิดร้ายขายกาแฟเสรีไทยสร้างอาชีพให้เด็กนักเรียน

45

บมจ.ซีพี ออลล์ ร่วมกับซีพี รีเทลลิงค์ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ส่งมอบร้านขายกาแฟเสรีไทยให้กับโรงเรียนบ้านนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามโครงการดำเนินโครงการสานอนาคตการศึกษา ฝึกอาชีพระหว่างเรียน หวังเป็นโรงเรียนต้นแบบให้กับสถานศึกษาสังกัด สพฐ 30,000 แห่งทั่วประเทศ 

วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่โรงเรียนบ้านนาคู เขตเทศบาลตำบลนาคู อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ นายภัณฑ์รักษ์ พลตื้อ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 3 เป็นประธานพิธีส่งมอบร้านกาแฟเสรีไทย ให้กับโรงเรียนบ้านนาคู โดยมีนายตรีเทพ ปาละวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บริหาร บมจ.ซีพีออลล์  นางสาวรัตนา วะชุม ผู้จัดการเขตบริษัทซีพีออลล์ พร้อมด้วยพนักงาน บมจ.ซีพีออลล์ และมีนายสมรศักดิ์ วันโนนาม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาคู ส่วนราชการ และบุคลากร คณะครู นักเรียน  ผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง ร่วมงานจำนวนมาก

นางรัตนา วะชุม ผู้จัดการเขตบริษัท ซีพีออลล์  กล่าวว่า ตามที่ บมจ.ซีพี ออลล์  ได้ร่วมกับซีพี รีเทลลิงค์ มอบร้านกาแฟสร้างอาชีพ ให้โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ ด้วยการสนับสนุนแบบครบวงจร ทั้งงบประมาณองค์ความรู้ อุปกรณ์จำเป็น บูรณาการหลักสูตรครู นักเรียน เปิดขายกาแฟ-สินค้า OTOP พร้อมตกแต่งแบบมีเอกลักษณ์ หวังเป็น “New Landmark” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านรูปแบบสหกรณ์ พร้อมผลักดันเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพัฒนาทักษะอาชีพแก่ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้สนใจ  โดยหวังเป็นโรงเรียนต้นแบบ สร้างโอกาสโรงเรียนสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่งต่อยอดในโอกาสต่อไป 

นางสาวรัตนาอีกว่า การส่งเสริมการสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนชุมชนและสังคมให้เดินหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่ง  บริษัทจึงได้ร่วมกับบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด สนับสนุนโครงการร้านกาแฟสร้างอาชีพ ให้แก่โรงเรียนบ้านนาคู อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นโรงเรียน Best Practice ที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก ภายใต้มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) และมีแนวทางการดำเนินการที่สามารถสร้างความยั่งยืนสู่ชุมชน

“รูปแบบของร้านกาแฟสร้างอาชีพ จะต้องผ่านเกณฑ์มิติด้านความยั่งยืน 3 ข้อ ได้แก่ การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ต้องมีแผนสร้างรายได้ด้วยตัวเองและชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง,.การบูรณาการความรู้มาเป็นหลักสูตร มีการบรรจุเนื้อหาในรูปแบบหลักสูตรท้องถิ่น ให้ครูและนักเรียนในระดับชั้นที่เหมาะสมสามารถฝึกอาชีพ มีทักษะติดตัวตั้งแต่เด็ก  และการพัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เป็นพื้นที่เปิดแห่งใหม่ให้คนในชุมชนสามารถเข้ามาเรียนรู้การสร้างอาชีพในรูปแบบคอร์สระยะสั้น ซึ่งโรงเรียนบ้านนาคู สามารถผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อได้อย่างโดดเด่นและมีวิธีการดำเนินการที่สามารถเป็นต้นแบบให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ในการช่วยสร้างอาชีพให้แก่ครู ผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชนต่อไปได้ ทั้งนี้ร้านกาแฟเสรีไทยดำเนินการในรูปแบบร้านค้าสหกรณ์ มีการถือหุ้นและแบ่งผลกำไร เพื่อส่งเสริมวินัยการออมให้กับนักเรียนด้วย” นางสาวรัตนากล่าว 

ด้านนายภัณฑ์รักษ์ พลตื้อ ผู้อำนวยการ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 กล่าวว่า ตามที่ ซีพี ออลล์ และซีพี รีเทลลิงค์ ได้สนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ องค์ความรู้ในการบริหารจัดการร้านกาแฟ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจร้านกาแฟให้แก่โรงเรียน เปิดโอกาสให้ครู นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ  ทั้งนี้ ทางโรงเรียนได้บูรณาการหลักสูตรการบริหารร้านกาแฟในฐานะหลักสูตรท้องถิ่นให้นักเรียนได้เรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่เกี่ยวข้องและเหมาะสม เพื่อเป็นฐานในการสร้างอาชีพ สามารถนำองค์ความรู้ไปดำเนินการที่บ้าน และเกิดอาชีพ มีรายได้ระหว่างเรียน  สามารถลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี

  “ร้านกาแฟสร้างอาชีพโรงเรียนบ้านนาคู จัดตั้งขึ้นภายใต้ชื่อร้านกาแฟเสรีไทย ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนหน้าตลาดอำเภอนาคู มีการวางคอนเซ็ปต์ของร้านอย่างโดดเด่น ด้วยประวัติศาสตร์ของพื้นที่บ้านนาคูในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามาใช้ในการตกแต่งร้าน ภายในร้านจะมีสินค้าประเภทเครื่องดื่ม ตลอดจนสินค้า OTOP วางจำหน่าย ตัวร้านจัดตั้งเป็นสหกรณ์ให้ครู นักเรียน ตลอดจนผู้ปกครองของนักเรียน สามารถร่วมเป็นเจ้าของร้านด้วยการถือหุ้นสหกรณ์ในราคาหุ้นละ 10 บาท และได้รับปันผล  ซึ่งหากโครงการกาแฟสร้างอาชีพของโรงเรียนบ้านนาคูประสบความสำเร็จ อาจมีการยกระดับโรงเรียนบ้านนาคู จากโรงเรียน Best Practice สู่โรงเรียนต้นแบบ (School Model) เป็นต้นแบบที่โรงเรียนอื่น สามารถเข้ามาศึกษาดูงาน และขอแนวทางการดำเนินโครงการไปปรับใช้กับโรงเรียนของตัวเองได้” นายภัณฑ์รักษ์กล่าว

ภาพ/ข่าว ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม จ.กาฬสินธุ์