ปั่นไปปัว ถนนข้าวหลาม ปล่อยตัวเบียนรักษาต้นตาล

79

จังหวัดศรีสะเกษ จัดกิจกรรม “ปั่นไปปัว” ถนนข้าวหลามยาวที่สุด อร่อยที่สุด ปัว หรือ รักษาต้นตาล ดูแลมอบกำลังใจผู้พิการ ผู้สูงอายุ ไหว้พระ เยือนถ้ำพญานาคาธิบดี ศรีมงคลรัตนาราม จาก ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ นำเงินค่าสมัครทุกบาท สมทบสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ในศรีสะเกษ

วันที่ 27 กันยายน 2563 จังหวัดศรีสะเกษ จัดกิจกรรม “ปั่นไปปัว”  Tours de Sisaket 2020 โดยคำว่าปัว เป็นภาษาอีสาน ปัว แปลว่ารักษา โดย สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ นายชนินทร์ คุ้มใหญ่โต หัวหน้าสำนักงาน, สมาคมกีฬา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายกสมาคม และสส.ศรีสะเกษ เขต1 พรรคภูมิใจไทย และอำเภออุทุมพรพิสัย โดย นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอฯ กับภาคีเครือข่าย อปท.ในเขตอำเภออุทุมพรพิสัย ชมรมจักรยานจังหวัดศรีสะเกษ กำหนดจัดขึ้นในการปั่นไปปัว กำหนดปล่อยตัวในเวลา 15.00 น. จากเส้นทางปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ผ่านไปกับถนนสายอุทุมพรพิสัย – ทุ่งไชย ผ่านหมู่บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลหนองห้าง หมู่บ้านที่มีการผลิตข้าวหลาม เผาข้าวหลาม มากว่า 50 ปี จากบรรพบุรุษส่งต่อภูมิปัญญามาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นอาชีพเสริมของชุมชน เผาจำหน่ายไปทั่วภาคอีสาน จนเรียกว่าถนนข้าวหลาม นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมกับนักปั่น ได้แวะชมการเผาข้าวหลาม การผ่าข้าวหลาม และชิมข้าวหลามที่ชาวบ้านมั่นใจว่าอร่อยที่สุด ผ่านด่านแรลรี่เล่นเกมส์กับ ธนาคารฯ ธกส.เพื่อรับคะแนนหาผู้ชนะในการปั่น มอบถุงยังชีพโดยเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ ปัวผู้พิการ ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ โดยค่าสมัครในการปัน ท่านละ 200.- บาท ผู้จัดได้มอบเสื้อสวยๆ และเหรียญที่ระลึกให้ทุกคน พร้อมจะนำเงินค่าสมัคร 200.-บาท ไปเป็นทุนในการสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ในจังหวัดศรีสะเกษ ทุกบาท ทุกสตางค์ ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดใด

จากนั้นก็ปั่นต่อไปยังวัดทุ่งไชย ตำบลทุ่งไชย จุดพักเหนื่อยกับการเล่มเกมส์ ไข่พญานาค ที่หน้าวัดบ้านทุ่งไชย ที่มีพญานาคปั่นไว้ขนาดใหญ่ 2 องค์ด้านหน้าประตูทางเข้าวัด ที่มีปราสาทดอนแก้วสร้างอยู่กลางอ่างเก็บน้ำทุ่งไชย เป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนทั่วไปอยู่ในขณะนี้ จากนั้นก็ปั่นไปปัวต่อที่วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม เยือนถ้ำพญานาคาธิบดี ที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุด สูงกว่าตึก 10 ชั้น ก่อนที่จะเข้าไปในถ้ำวังพญานาคาธิบดี เพื่อกราบไหว้พระพุทธรูป และถวายผ้าไตรจีวรแด่พระครูวิจิตรวินัยคุณ เจ้าอาวาสวัด และถวายพวงมาลาแด่องค์พญานาคาธิบดีที่อยู่ภายในถ้ำทั้ง 2 องค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่นักปั่นไปปัวทุกคน และจุดสุดท้ายมาที่ถนนอุทุมพรพิสัย – ปรางค์กู่ ซึ่งเป็นเวลาค่ำมืดแล้ว แต่คณะปั่นก็ยังแวะปัวต้นตาล หรือรักษาต้นตาล ของดาบวิชัย นักอนุรักษ์ด้วยการปลูกต้นตาลของข้างถนนจนเป็นตำนานของจังหวัดศรีสะเกษ และในการปัวต้นตาล ก็ด้วยการนำสว่านเจาะเข้าไปที่ต้นตาล และนำสารบำรุงฉีดเข้าไปก่อนที่จะอุดด้วยดินน้ำมัน สารจะเข้าไปรักษาต้นให้แข็งแรง พร้อมกันนี้ยังได้ปล่อยตัวเบียน เพื่อให้กระจายขึ้นไปสู่ยอดต้นตาล ตัวเบียนจะไปกัดกินตัวด้วงหัวดำที่มาเจาะต้นตาลด้วยธรรมชาติที่เป็นศัตรูกัน ต้นตาลก็จะอยู่รอดปลอดภัย

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ในการจัดกิจกรรม “ปั่นไปปัว”  Tours de Sisaket 2020 เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นการส่งเสริมโครงการการ พัฒนาเมืองกีฬา (Sports city) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพื่อการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการส่งเสริมการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา ตามรูปแบบคู่มือการจัดกีฬาแบบ New normal ภายหลังมาตรการผ่อนคลายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พร้อมกิจกรรมการไปปัว หรือการไปรักษา รักษาทั้งต้นตาล ดูแลมอบกำลังใจกับผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย โดยได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคแก่ผู้ป่วย ผู้ยากไร้ จำนวน 7 ราย ในเขตพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัยโดยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดศรีสะเกษ

/////////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ