สงขลา-นิพนธ์ ย้ำ 2 เวที กมธ. ที่ จ.ตรัง และ จ.สงขลา ใช้แนวทาง คทช. พร้อม เร่งรัดเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดิน ลดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน

30

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) เดินทางมาเป็น ประธานในการจัดประชุมสัมมนา โครงการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “นโยบายการแก้ปัญหา การทับซ้อนของที่สาธารณะประโยชน์ กับที่ดินทำกินของราษฎร” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎรกล่าวเปิดการสัมมนา ผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เข้าร่วมในงานสัมมนา ณ ห้องประชุม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จังหวัดตรัง

สืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างฟุ่มเฟือย ขาดการวางแผนการบริหาร และการจัดการ โดยมุ่งหวังผลกำไลสูงสุดแต่เพียงอย่างเดียว ส่งผลให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในการถือครองที่ดิน ซึ่งถือเป็นปัญหาสะสมมาอย่างยาวนาน อีกทั้งก่อให้เกิดปัญหาความเสื่อมโทรม และการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนถึงก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือการแพร่กระจายของปัญหามลพิษ ซึ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดการอนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรม จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ เกี่ยวกับการบริหารจัดการ และการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้กับประชาชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ตลอดจนหาแนวทางที่เหมาะสมในการบริหารจัดการ และการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป รวมถึงผู้เข้าร่วมสัมมนา จะได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นระหว่างกัน และยังสามารถนำความรู้ที่ได้จากการสัมมนา ไปใช้ในการบริหารจัดการ และการใช้ประโยชน์จัดที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่

นิพนธ์ รมช.มท.กล่าวตอนหนึ่งว่า “เราต้องยอมรับว่ารัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหามาค่อนข้างยาวนาน และมองว่าการถือครอบครองที่ดินเป็นปัญหาใหญ่ วันนี้กระทรวงมหาดไทยที่ดูแลที่ดินสาธารณะ ได้พยายามทำในส่วนที่ได้ข้อยุติแล้วว่าไม่ใช่ที่ดินของรัฐ ก็จะเร่งดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนดให้ ซึ่งตนได้มากำกับนโยบายของกรมที่ดินให้เร่งรัดเดินสำรวจ และออกเอกสารสิทธิ์ให้ประชาชนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ครบถ้วนทุกประการ แต่ตรงไหนที่มีข้อโต้แย้งก็ขอให้รีบหาข้อยุติโดยเร็ว ต้องชี้แจงให้ได้เพื่อนำมาสู่การพิสูจน์สิทธิ์ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมาแสดงสิทธิของตัวเองว่า ตัวเองมีสิทธิ์ในที่ดิน ก่อนที่รัฐจะได้ประกาศ เป็นที่ดินของรัฐ แต่ถ้าพิสูจน์ได้และมีพยานเอกสารหรือพยานบุคคลรับรอง ก็สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ เว้นแต่ทำอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่สามารถพิสูจน์หรือหาหลักฐาน มาลบล้างที่ดินของรัฐได้ ก็จะนำไปสู่กระบวนการ คทช. คือจัดที่ดินให้ประชาชนเพื่ออยู่ทำมาหากินแบบแปลงรวม ไม่ต้องกังวล เรื่องการทำผิดกฏหมายบุกรุกที่ดินของรัฐ ดังนั้นนี่คือความชัดเจนที่จะเรียนให้ทราบว่า กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางชัดเจนที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อน และขอถือโอกาสนี้เรียนว่า ถ้ามีอะไรที่เป็นประเด็นผลของการสัมมนาว่า น่าจะเอาแนวทางนี้เป็นแนวทางแก้ไขก็ขอให้กรรมาธิการ ได้ส่งผลของการสัมมนาครั้งนี้ไปให้ด้วย เพื่อว่าอันไหนจะนำไปปรับใช้ในเชิงนโยบายได้ ก็ยินดีนำไปปรับใช้เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาในเรื่องที่ดินให้กับประชาชน ตนเชื่อว่าประเทศเรามีปัญหาในเรื่องที่ดินเป็นปัญหาต้นๆระดับประเทศ ปัญหาที่ดินมันแก้ไม่ออกจากปัญหาความยากจน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ในเรื่องแก้ที่ดินทำกิน ถ้าเราแก้ปัญหาเรื่องความยากจนของคนในประเทศเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นกลไกทางการเมืองก็ดี กลไกสาธารณะก็ดี เราต้องมีนโยบายเรื่องที่ดินที่ชัดเจน แล้วนำไปสู่การแก้ปัญหา การถือการครอบครองที่ดิน การใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์ มาตรการทางภาษีที่ดินแม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นมาตราการหนึ่งที่จะลดความเหลื่อมล้ำ นั่นคือใครมีที่ดินเยอะก็ต้องเสียภาษีเยอะ คนมีที่ดินน้อยก็จะเสียภาษีน้อย เพื่อที่จะเอารายได้จากภาษีเยอะมาดูแลผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้ในเชิงนโยบายสาธารณะเรื่องที่ดิน ถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ และต้องวางนโยบายให้ชัดเจนว่า รัฐจะวางนโยบายอย่างไรในเรื่องที่ดิน เพื่อที่จะแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ฉะนั้นความชัดเจนเรื่องนโยบายที่ดินจึงเป็นนโยบายที่สำคัญ และจะกระทบกับคนกลุ่มหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากนั้น ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมคณะกรรมาธิการการปกครอง ที่เดินทางมาจัดสัมมนา การสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการการของภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่จ.สงขลา โดยมีนายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง และคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ และประชาชน ร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของ การสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

นายนิพนธ์ กล่าวว่า “ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่าน ประธานกรรมาธิการ ที่ได้ลงมารับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อนำปัญหาไปสู่การแก้ไข ซึ่งถ้ามีอะไรที่กระทรวงมหาดไทย สามารถช่วยได้ก็ยินดี เพราะว่ากรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร กับกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานใกล้ชิดกัน ท่านในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ฝ่ายบริหารก็มีหน้าที่รับมาแก้ไข ซึ่งในสภาเรามีรูปแบบการตั้งกระทู้ทั้งด้วยวาจาและกระทู้เฉพาะ ทั้งหลายทั้งปวงก็เพื่อเปิดช่องทางให้สภาผู้แทนราษฎร ได้มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น และเพื่อเปิดช่องทางนำเอาปัญหาของประชาชนไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมที่จะน้อมรับเอาประเด็นปัญหาต่างๆของสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้เสนอเพื่อนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน ที่จะดำเนินการเร่งรัดการเดินสำรวจออกโฉนด และ การแก้ไขปัญหาโดยแนวทางของ คทช.”

ภาพ/ข่าว นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา