มุกดาหาร-พระอาจารย์ และแม่ วอนน้องเจี้ยบติดต่อกลับด่วน

108

มุกดาหาร- พระอาจารย์คำนวณ และแม่ วอนน้องเจี้ยบติดต่อกลับบ้านด่วน ทางบ้านเป็นห่วงเกรงเกิดอันตราย ซึ่งได้หายจากบ้านพักตอนกลางดึกวันที่ 11 สิงหาคม ล่าสุดยังไร้ร่องรอย

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางทองอาจ คนยืน อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 3 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ร้องขอความช่วยเหลือว่า นางสาวกัญญาวีร์ ซาเสน หรือน้องเจี๊ยบ อายุ 26 ปี สูงประมาณ 155 ซม. หายออกไปจากบ้านในตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมาในช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. โดยในคืนวันเกิดเหตุ หลังจากที่ทราบว่าน้องเจี๊ยบหายตัวไปทางญาติก็ได้ออกติดตามกระทั่งไปพบรองเท้าแตะที่น้องเจี๊ยบใช้สวมใส่ และรอยเท้าอยู่บริเวณเส้นทางไปสำนักสงฆ์เทพนิมิตร บ้านโคกตะแบง ตำบลดงเย็น อำเภอเมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นสถานที่น้องเจี๊ยบอยู่ปฏิบัติธรรมก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้แม่และนายอภิสิทธิ์ ซาเสน พี่ชาย รู้สึกวิตกกังวลและทุกข์ใจอย่างมากด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าน้องเจี๊ยบจะได้รับอันตราย โดยหากผู้ใดพบเห็นช่วยติดต่อมาที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-9653-3715 หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแม่น้องเจี๊ยบได้ไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรดงเย็น และสถานีตำรวจภูธรป่าไร่ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้ว

นางทองอาจ คนยืน แม่น้องเจี้ยบ บอกว่า ได้ไปรับน้องที่วัดวันที่ 10 ส.ค. ได้พาน้องไปหาญาติ และได้พักที่บ้านญาติในวันที่ 11 ส.ค. ได้มานอนที่บ้านประมาณ 4 ทุ่ม ได้เห็นน้องนอนอยู่ในบ้าน รู้สึกตัวอีกทีประมาณ 5 ทุ่ม เห็นแต่ผ้าห่มกองอยู่ ตัวเองคิดว่าน้องไปเข้าห้องน้ำ ก็เลยไปตาที่ห้องน้ำ ปรากฏว่าไม่เจอน้อง คิดว่าน้องได้ไปแล้ว และได้วิ่งไปบอกน้องว่าสาวว่าลูกสาวไปแล้ว ตนเองว่าจะพาลูกสาวไปหาหมอที่ดอนตาล ลูกสาวเคยบ่อนว่าอยากไปอยู่วัด ต่อมาตนเองกับญาติได้ออกตามหาน้องที่วัดประมาณ 6 ทุ่มก็ไม่เจอก็ได้กลับมาที่บ้านพัก พอตอนเช้าก็พากันไปตามที่วัดอีก คนในวัดก็บอกว่าไม่อยู่ ทางญาติไปรับมาแล้ว ทางวัดไม่อยากให้มาหาแม่ แม่ก็เลยใช้วิธีหลอกให้พาไปธนาคาร ตอนที่ออกตามหาเห็นรองเท้าน้องวางไว้ใกล้ ๆ ลำห้วยข้างกอไผ่ และคนในวัดบอกว่าทางบ้านน้องกดดันน้อง และล่ามโซ่ไว้ แม่ก็ตอบไปว่า แม่ไม่เคยล่ามโซ่น้อง ส่วนเสื้อผ้าของน้องก็ได้เก็บมาหมดแล้ว
นางทองอาจ บอกต่ออีกว่า ส่วนเรื่องเงิน 150,000 บาท นั้น ทางพระอาจารย์คำนวณเอาไปให้พี่ชายที่วาปีปทุม ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ยืมไปลงทุน เมื่อตอนปีใหม่ ยังไม่ครบสัญญา และยังไม่ได้เงินคืน

นายอภิสิทธิ์ ซาเสน พี่ชายน้องเจี๊ยบ กล่าวว่า เงิน 150,000 บาท พระอาจารย์ได้เอาไปให้น้าลงทุนที่วาปีปทุม เอาไปลงทุนแอปสกุลเงินโฟเร็ก (FOREX) แล้วจะให้ผลตอบแทนเดือนละ 6,000 บาท พระอาจารย์อ้างแบบนั้น และวันที่ไปตามน้องวันแรก ได้สอบถามเรื่องเงินว่า เป็นจริงไหมครับที่จะได้เงินตอบแทนเดือนละ 6,000 บาท ท่านก็บอกว่า จริง เงินอยู่กับพระอาจารย์ โดยให้น้องใช้เดือนละ 1,000 บาท ก็เลยสงสัยว่าทำไมไม่โอนเข้าบัญชีน้องโดยตรง พระอาจารย์ตอบว่า ไม่ไว้ใจเขา เขายังเป็นเด็ก การตัดสินใจยังไม่ได้ ตอนนี้ก็ยังตามหาน้องอยู่ ตามไปที่ต่าง ๆ จนกว่าจะเจอน้อง ถ้าผู้ใดพบเห็นน้องก็ขอความร่วมมือให้ติดต่อมาที่เบอร์โทร 089-6533715 ได้ตลอดเวลา

พระอาจารย์คำนวณ ฐิตญาโน หัวหน้าสำนักสงฆ์เทพนิมิต กล่าวว่า นางสาวกัญญาวีร์ ซาเสน หรือน้องเจี๊ยบ อายุ 26 ปี ตอนเขาอายุ 25 ปี เขาจะไปเรียนที่ฉะเชิงเทรา เขามาขอพรจากพระอาจารย์ พอประมาณ 1 ปี เขากลับมาและบอกว่าจะกลับมาปฎิบัติธรรม ก็ถามเขาว่าทำไมอยากมาปฎิบัติธรรม เขามีอาการปวดหัวนิดหน่อย ก็ให้เขาปฎิบัติมาเรื่อย ๆ เขาก็บอกว่าเขาเหมือนได้เป็นคนใหม่ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาไม่มีใครมาปรึกษา ต่อมาได้ปรึกษากับพี่ชาย พี่ชายก็จะเอาตัวเองเป็นหลัก เขาเสียใจที่พี่ชายไปส่องเฟชบุ๊กเขา พี่ชายไม่ให้โอกาสเลย พระอาจารย์บอกว่า ไม่เป็นไรทุกสิ่งทุกอย่างมันแก้ไขได้ อย่าไปคิดอะไรมาก น้องเขาชอบศึกษาพระไตรปิฎก เขาบอกว่าทำให้คนมาสติ ในช่วง 2 ปีที่เขาอยู่ที่นี่ ทุกครั้งที่พี่ชายเขามาหา เขาจะมีความกังวล เพราะพี่ชายเขามีทัศนคติที่แตกต่างกัน พี่ชายอยากให้ไปเรียนหนังสือ ก็ได้ปรึกษากับทางญาติหลายครั้ง ก็ให้เจี้ยบชั่งใจเลือกทางพุทธศาสนา พี่ชายก็หวงเรื่องการเรียน พี่ชายก็พาไปตรวจสุขภาพ แต่น้องก็ยืนยันว่าปกติ ทุกคนก็ชื่นชมน้อง น้องไม่เคยซึงเศร้า ไม่เคยแสดงอาการให้เห็นเลย เขาเป็นคนพูดน้อย เป็นคนฉลาด ขยันเดินจงกลมนั่งสมาธิ น้องได้รับปากกับพ่อว่าอยากเป็นพรม การเป็นพรมก็ต้องบวช น้องเคยขอบวช 3 ครั้ง แต่หลวงพ่อไม่ให้บวช เหตุผลก็คือ กลัวว่าจะมีปัญหากับพี่ชายเขา ต่อมาวันที่ 1 สิงหาคม มาบอกว่าจะไปธนาคาร หลวงพ่อก็บอกว่า ไปก็ไปก่อนไปให้ทานข้าวก่อน ก็ให้รถวัดไปส่งที่บ้าน พร้อมด้วยแม่ชี และเพื่อนไปด้วย พอตกเย็นไม่เห็นน้องเขากลับมา หลวงพ่อก็บอกให้เอารถวัดไปรับน้อง พอมาถึงบ้านน้องบ้านปิดเงียบ คิดว่าไปทำธุระยังไม่เสร็จ หลังจากนั้นให้ทางคณะที่ไปจ่ายตลาด ให้มาแวะบ้านน้อง ถ้าน้องอยู่บ้านก็รับเขามาด้วย และได้สอบถามคนข้างบ้านไม่ทราบว่าไปใหน ไม่เห็นตั้งแต่เช้า พอวันที่ 11 สิงหาคม น้องได้โทรมาหาหลวงพ่อ ทุกคนในวัดก็ดีใจ บางคนก็ร้องให้ และทุกคนก็ได้โทรมาหาหลวงพ่อว่า เจี้ยบอยู่ไหน เป็นอะไร และญาติน้องได้โทรมาก็ได้บอกญาติไปว่า เจี้ยบได้ถูกกระทำด้านจิตใจ และได้ถามเขาว่า ถ้าไม่ได้ถูกกระทำ หลวงพ่อก็ดีใจ และบอกว่า หนูไม่อยากออกจากวัดนะ เมื่อมติของญาติ ๆ อยากให้น้องไปรักษา เขาก็ เขาก็หนักใจ แล้วเสื้อผ้าของใช้ต่าง ๆ จะให้ญาติมาเอา หลวงพ่อก็หวงเขาเรื่องสภาพจิตใจ และเรื่องธรรมะที่หลวงพ่อสอน อย่าไปทิ้งมันนะ ให้จำไว้ให้แน่น ๆ ธรรมะนี่แหละจะเป็นที่พึ่งของเจ้า หลังจากนั้นทุกคนก็สบายใจ

พระอาจารย์คำนวณ ฐิตญาโน กล่าวต่ออีกว่า พอตอนเช้ามามีคนมาบอกว่าน้องหาย ทางญาติเขาบอกว่าหายตอน 4-5 ทุ่ม ทางญาติได้ตามรอยเท้ามา เห็นรองเท้าที่ลำห้วย ห่างจากวัดประมาณ 1 กม. แถววัดบ้านป่าพะยอม ซึ่งห่างจากวัดพระอาจารย์ประมาณ 5 กม. ทางญาติก็ได้มาขอค้นกุฎิวัด ก็อนุญาตให้ค้น แต่ว่าคืนวันที่ 11 ฝนตกแรงมากทั้งคืน และมีเสียงหมาที่วัดเห่า เหมือนมีคนมา ประมาณ ตี 1-ตี2 กำลังนั่งภาวนา พอตกตอนเช้าก็ถามคนในวัดว่า น้องมาหรือยัง ติดต่อมาไหม ใครรู้บ้างว่าน้องอยู่ไหน ไม่มีใครรู้เลย และอยากจะบอกทางญาติ ๆ ที่คิดว่าซ่อนน้องไว้ ถ้าหากว่าน้องยังเคารพหลวงพ่ออยู่ ให้เจี้ยบส่งมาทางไหนก็ได้ ถ้าหากติดตามข่าวอยู่ให้ติดต่อมาด้วยวิธีใดก็ได้ เพื่อจะให้เรื่องทุกอย่างเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะทุกคนเป็นห่วงขอให้เจี้ยบแสดงตัวออกมาว่าอยู่ตรงไหน ขอให้ตั้งสติให้ดี ให้คิดถี่ถ้วน ให้ติดต่อมาก็ได้ หือจะกลับมาก็ได้

ส่วนเรื่องเงิน 150,000 บาท ปกติแม่เขาก็มาวัด ก็พาแม่ไปที่บ้านพระอาจารย์ ที่บ้านมีดรงเรียน มีครูและนักเรียน แม่เขาก็อยากมีมีทอง อยากร่วมลงทุน และปรึกษาทางแม่ก็ได้ไปกู้เงินมา ปกติโยมน้าก็ไม่รับเงินพวกนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรให้ไปทำนิติกรรมกับพี่ชาย ถ้าเป็นญาติโยมน้าจะเอา ถ้าเป็นคนอื่นโยมน้าไม่เอา นิติกรรมทุกอย่างแม่เป็นคนทำ ไม่ใช่เจี้ยบ แม่เป็นคนตัดสินใจในสัญญากู้ยืมเงิน เดือนกุมภาพันธ์จะคืนเงินให้ แต่ถ้าเขาไม่คืนให้ พลวงพ่อจะเป็นคนคืนเอง เพราะความกังวลของน้องที่มาปฎิบัติธรรม ไม่ต้องกังวลใจหลวงพ่อจะรับผิดชอบให้

ด้านนายปราโมท ศรีมุกดา นายก อบต.เหล่าหมี กล่าวว่า จากการหายไปของน้องเจี้ยบ ทา.ญาติไม่สบายใจ ซึ่งน้องได้มาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ซึ่งในวันที่หายตัวไป ทางญาติ สงสัยว่าน้องหายไปที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ซึ่งน้องจะให้ความร่วมมือกับพระอาจารย์คำนวณ คือญาติคิดแบบนี้ เพื่อความสบายใจ ได้เชิญผู้นำชุมชนได้ขอความกรุณากับทางสำนักสงฆ์ ก็อนุญาตให้ค้นบริเวณสำนักสงฆ์ หรือตามกุฎิต่าง ๆ ทางพระอาจารย์ก็อนุญาตให้ตรวจค้นได้
อยากฝากถึงน้องเจี้ยบ ถ้าได้ทราบข่าวหรือดูภาพจากข่าว ให้ปรากฏตัวด้วยหรือส่งสัญญาณ ส่งข่าวทางแม่ พี่ชาย หรือญาติได้รับรู้ว่า เรายังมีชีวิตอยู่ ปกติดี เพื่อเป็นการเคลียร์ทุกอย่างและให้เข้าใจกันทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ญาติเห็นว่าน้องเจี๊ยบมีอาการผิดปกติทางสภาพจิตใจ และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลดอนตาล เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยอาการป่วย และแพทย์มีความเห็นให้ส่งตัวไปตรวจอาการต่อที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งให้บริการตรวจรักษาอาการทางสุขภาพจิต และจิตเวชในตอนเช้าของวันที่ 15 สิงหาคม แต่น้องเจี๊ยบมาหายตัวไปเสียก่อนในกลางดึกของคืนวันที่ 11 สิงหาคม ดังกล่าว…

ภาพ/ข่าว อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร