สุรินทร์-แม่ค้ากล้วยปิ้งโอดกล้วยขาดตลาด ราคาพุ่งสูงขึ้นเท่าตัว บางรายถึงขั้นเลิกกิจการ

22

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มเบาบาลลง ตลาดเปิดทำหารค้าได้ เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่กล้วยน้ำว้ากลับราคาพุ่งสูงอย่างน่าตกใจและขาดตลาด ทำให้บรรดาพ่อ-แม่ค้า ที่ใช้กล้วยเป็นวัตถุดิบได้รับผลกระทบถึงขั้นเลิกกิจการ

วันนี้ 10 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานหลังเหตุการณ์โรค โควิด–19 เริ่มเบาบางลง รัฐบาลประกาศให้เปิดตลาดขายของได้ ทำให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่วัตถุดิบบางอย่างราคากลับพุ่งสูงขึ้น อย่างเช่นกล้วยน้ำว้า ที่ราคาพุ่งสูงจากเดิมขายที่ หวีละ 25 – 30 บาท พุ่งมาอยู่ที่ราคาหวีละ 50 บาท และขาดตลาด หายากขึ้นทุกวัน

นางบุณโฮม สุขดี อายุ 45 ชาว อ.เชียงคาน จ.เลย หนึ่งในแม่ค้าขายกล้วยปิ้ง ที่ใช้กล้วยน้ำว้าเป็นวัตถุดิบหลัก ตระเวนขายกล้วยปิ้งในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่าได้รับผลกระทบหนัก และบางรายถึงขั้นต้องหยุดกิจการขายกล้วยปิ้งไปเลยก็มี

และยังได้กล่าวอีกว่า จากที่ตนเคยซื้อมาตกอยู่ที่ หวีละ 25-30 บาท พุ่งสูงถึง 50 บาท แต่หากรับมาเยอะก็จะได้ส่วนลดให้ เหลือหวีละ 40 บาท ส่วนตนเหตุที่ราคาสูงขึ้นตนทราบมาแค่ว่า กล้วยขาดตลาด และหายากขึ้น ซึ่งจากที่เคยขายทุกวัน ในหนึ่งสัปดาห์ ตนจะต้องหยุดขาย 1-2 วัน เพราะช่วงนี้กล้วยไม่พอขายจริงๆ ยังมีอีกหลายๆคนที่ต้องหยุดขายไปโดยปริยาย ในส่วนของตนนั้นยังขายราคาเดิมและปริมาณเท่าเดิมอยู่ สงสารลูกค้า เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยจะดีนัก แต่แม่ค้าบางรายจะใช้วิธีปรับขึ้นราคา เพราะมันไม่ได้ทุจริงๆ

ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดการระบาดของโรค โควิด-19 ตนต้องหยุดขายไป 1-2 เดือนเต็ม พึ่งได้กลับมาขายอีกรอบหนึ่ง ส่วนรายได้ต่อวันช่วงเกิดโรคระบาด เหลือ 800 บาท จากที่เคยขายได้ วันละ สองพันกว่าบาท แต่ ณ ปัจจุบันหลังสถานการณ์โรคโควิดเริ่มซา รายได้เริ่มดีขึ้น คนเริ่มออกมาจับจ่ายมากขึ้น ตนขายได้วันละประมาณ 1,000-1,500 บาท และต้องมาเจอปัญหาราคากล้วยแพงขึ้นอีก

เขมชาติ ชุณหกิจขจร..ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์…รมิตา สิงหเสรี