ยโสธร-จัดโครงการศึกษาแผนหลักแบบบูรณาการเพื่อบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง

31

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เร่งทำแผนหลักแบบบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำชีล่าง-เซบาย-เซบก และลุ่มน้ำมูลตอนล่าง รวมพื้นที่ 5 จังหวัดอีสาน 

วันที่ 4 สิงหาคม 2563 เวลา 09.00 น. ที่ห้องมณีนพเก้า โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค จังหวัดยโสธร นายสมเพชร  สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาแผนหลักแบบบูรณาการ เพื่อบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง พื้นที่ลุ่มน้ำชีล่าง-เซบาย-เซบก และลุ่มน้ำมูลตอนล่าง เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของโครงการ แนวคิดการพัฒนาโครงการเบื้องต้น รวมทั้งรับฟังความคิดเห็น จากภาคประชาชนและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีนายอัตถพงษ์  ฉันทานุมัติ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนแม่บท สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นผู้กล่าวรายงาน 

นายอัตถพงษ์  ฉันทานุมัติ กล่าวว่า จากการตามมติที่ประชุม คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ได้มอบหมาย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมและสร้างการรับรู้กับทุกหน่วยงาน สทนช. จึงได้กำหนดพื้นที่เป้าหมาย (Area based) ทั้งหมด 66 พื้นที่ ทั่วประเทศ เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาด้านน้ำและแนวทางแก้ไขเชิงบูรณาการ ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี 

สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำชีล่าง-เซบาย-เซบก และลุ่มน้ำมูลตอนล่าง เป็น 2 ใน 16 พื้นที่เป้าหมาย (Area based) ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีสภาพปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอยู่ในเกณฑ์สูง มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูง จึงต้องเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนโดยเมื่อปี 2562 ได้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโพดุลและพายุโซนร้อนคาจิกิ สร้างความเสียหายกว่า 2 ล้านไร่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาค ไม่น้อยกว่า 8,000 ล้านบาท เนื่องจาก มีปริมาณน้ำจากแม่น้ำชีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำมูล ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งมีปริมาณน้ำจากลำเซบาย และลำเซบกไหลมาเพิ่ม ประกอบกับการใช้ที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไป การขยายตัวของชุมชนเมือง สิ่งกีดขวางทางน้ำ นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าว ยังประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนการพัฒนาด้านต่าง ๆโดยการพิจารณาแผนงานโครงการที่สามารถรองรับปริมาณน้ำที่ท่วมไปเก็บกักในแหล่งน้ำต่างๆ ใกล้เคียงเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในอนาคต ไม่เพียงการระบายทิ้งอย่างเดียว ขณะเดียวกัน แหล่งเก็บน้ำทุกแห่งต้องพิจารณาปรับลดการระบายน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ให้มากที่สุด นอกจากนี้การบริหารจัดการน้ำและจัดระบบการจราจรทางน้ำ 

“แนวทางการศึกษาการบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ โครงการตัดยอดน้ำหลากภายนอก ประกอบด้วย แนวทางผันน้ำลำปาว-น้ำยัง แนวผันน้ำชี-ลำเสียวใหญ่  แนวผันน้ำยัง-เซบาย-เซบก-ตุงลุง แนวผันน้ำชี-ห้วยตุงลุง-โขง โครงการตัดยอดน้ำภายใน ประกอบด้วย การปรับปรุงพนังกั้นน้ำชี ปรับปรุงพนังกั้นน้ำมูล บริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำ ผันน้ำเติมแก้มลิง และการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิง 2 ฝั่งแม่น้ำมูล โครงการเร่งระบายน้ำด้านท้ายน้ำ ประกอบด้วย ช่องลัดมูลเหนือ/ท้ายแก่งสะพือ แนวผันน้ำเลี่ยง อำเภอวารินชำราบ การบริหารจัดการ เช่น การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ การบริหารจัดการน้ำเสีย การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ รวมทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบโขงเลยชีมูลพัฒนาโครงข่ายภายใน คลองดักน้ำ 2 สาย คลองดักน้ำ MC6 (ระยะที่4) คลองดักน้ำ MC2 (ระยะที่5) และคลองส่งน้ำ MC3 (ผันน้ำชี-ลำเสียวใหญ่) ซึ่งผลการศึกษาทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2564”  

ภาพ/ข่าว  ธงชัย   สุณีศรี      รายงานจากยโสธร