รวบหนุ่มเสพยาขึงลวดหนาม พยายามฆ่า

331

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัยจังหวัดศรีสะเกษ สืบติดตามจนสามารถรวบเสพยา ลูกชายเจ้าของบ้านรับสารภาพขึงลวดหนามดักรถทุกคันที่ผ่านไปมาในช่วงกลางคืนเนื่องจากรำคาญเสียงรถจักรยานยนต์รถยนต์เพราะบ้านติดถนนยังจุดเกิดเหตุตำรวจตั้งข้อหาหนักพยายามฆ่า ตรวจพบฉี่สีม่วง

บ่ายของวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 ที่ ท้ายหมู่บ้านหนองยาง ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย ตังหวัดศรีสะเกษ พันตำรวจโท กิตติศักดิ์ คำเครื่อง รอง ผู้กำกับ, พันตำรวจโท ธงชัย ตอพิมาย สารวัตรเวรเจ้าของคดีดึงขึงลวดหนามขวางถนน เส้น หนองยาง – กะเบา ทำให้นักศึกษา นางสาว สุธิดา แถวทัศน์ อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 13 ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ และเพื่อนขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเมื่อคืนนี้ ไม่รู้ มองไม่เห็น ขับผ่าไปชนโดนลวดหนามเกี่ยวคอหวิดขาด ได้รับบาดเจ็บ ทั้งคอ ทั้งแขน ตามร่างกาย ต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ. อุทุมพรพิสัย ก่อนที่จะมาแจ้งความร้องทุกข์เมื่อเช้านี้ และเมื่อบ่ายของวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ ได้ตามแกะรอยจนสามารถทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า ผู้ที่ก่อเหตุ นำลวดหนามมาดึงขึงขวางถนน ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นบุตรชายของบ้านร้านค้าที่อยู่ข้างจุดเกิดเหตุนั้นเอง จึงไปนำตัวมาสอบถาม ทราบชื่อ นายวิทยา สืบราช อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 บ้านหนองยาง รับสารภาพว่าตนเองเป็นคนเอาลวดหนามที่หน้าบ้าน เอามากั้นป้องกันวัวควาย เข้าไปกินหญ้า ยังแปลงหญ้าที่เขาปลูกไว้เลี้ยงวัวเขาเอง แต่นายวิทยา กลับเอามาดึงขึงผูกใส่เสารั่วฝั่งตรงข้าม และดึงมาผูกใส่เสารั้วบ้านตนเอง หวังทำร้ายคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านข้างบ้าน เพราะรำคาญเสียงท่อรถจักรยานยนต์ แค่มีรถยนต์ผ่านมาก็จะปลดออกให้ผ่านไปได้ปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ให้การวกไปวนมา จึงจับตรวจฉี่ พบว่าเป็นสีม่วง ซึ่งนายวิทยา ก็รับสารภาพว่า เสพยาบ้าไปด้วยก่อนมาก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย ได้นำตัวนายวิทยา มาชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมให้แสดงท่าทางที่กระทำการดึงลวดหนามมาขึงขวางถนน เพื่อประกอบคำรับสารภาพ โดยมีเพื่อนบ้านระแวงนั้นมาดู โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ และครอบครัวนายวิทยา ก็งงๆ ว่าทำไปเพราะอะไร  ซึ่งที่ผ่านมาก็พบว่าเป็นคนเงียบๆ ไม่เคยทำอะไรเช่นนี้ และก็พึ่งรู้ว่าลูกตนเสพยา และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และเสพยาเสพติด ยาบ้า ไว้เบื้องต้น ก่อนสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป

//////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ