บุรีรัมย์-เหิมหนักโจรอีโต้บุกเดี่ยวชิงทองกลางวันแสกๆ

20

บุรีรัมย์-เหิมหนักโจรอีโต้บุกเดี่ยวชิงทองกว่า 10 ถุงร้านขายมือถือหลังโรงพักกลางวันแสกๆ วงจรปิดจับภาพชัด ตร.ระดมไล่ล่า

โจรอีโต้บุกเดี่ยวชิงทองร้านขายโทรศัพท์มือถือหลังโรงพักเมืองบุรีรัมย์ กลางวันแสกๆ ฉกทองหายไปกว่า 10 ถุง ก่อนควบ จยย.หลบหนีลอยนวล เจ้าของร้านเผยคนร้ายน่าจะเฝ้าจับตาดู ฉวยโอกาสช่วงเดินขึ้นไปหยิบของบนชั้นสองเพียงไม่กี่นาทีลงมาเจอคนร้ายชูมีดใส่จึงวิ่งหลบ ขณะวงจรปิดร้านใกล้เคียงจับภาพขณะคนร้ายขับ จยย.หลบหนีได้ชัดเจน ตร.เร่งระดมไล่ล่าทั่วเมือง

วันที่ 16 มกราคม 2563 ร.ต.อ.ทวีสิน ศรีสุริยชัย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปชิงทองคำรูปพรรณ ภายในร้านขายโทรศัพท์มือถือ “พูนสินโฟน” ตั้งอยู่เลขที่ 17 – 19 ถนนพิพัฒน์ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.สาธิต สถิตาวร ผู้กำกับการสืบสวนภูธรจ.บุรีรัมย์ , พ.ต.ท.ภูวดิท ปิติภัทราชนากร รองผู้กำกับการสืบสวนภูธร จ.บุรีรัมย์ , พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองบุรีรัมย์ , พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

ที่เกิดเหตุเป็นตึก 3 ชั้น บริเวณชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายโทรศัพท์มือถือ และรับจำนำทอง ซึ่งจากการสอบถามนางวินดา กาญจนศิริสมบัติ เจ้าของร้าน ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตื่นตกใจว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.57 น. ขณะที่ตนเองเดินขึ้นไปหยิบของบนชั้นสองเพียงไม่ถึง 2 นาที จังหวะที่เดินลงมาก็ได้เผชิญหน้ากับคนร้าย เป็นชายรูปร่างสัดทัด ส่วนสูงประมาณ 160 เซนติเมตร แต่งกายมิดชิดด้วยเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว สวมหมวกกันน๊อกสีแดงปิดบังใบหน้า ถือมีดอีโต้ด้ามยาวชูใส่ตัวเอง ด้วยความตกใจจึงวิ่งหลบไปอีกฝั่ง จากนั้นคนร้ายก็วิ่งออกจากร้านไป พอคนร้ายวิ่งหนีก็รีบไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในร้านพบว่าทองคำรูปพรรณซึ่งรับจำนำจากลูกค้าเก็บไว้ในกระเป๋าด้านหลังตู้โชว์ หายไปจำนวน 10 ถุง แต่ยังไม่ทราบจำนวนทองที่หายไปชัดเจนว่ามีน้ำหนักกี่บาท เพราะแต่ละถุงจะมีทั้งสร้อย กำไล และแหวน เก็บไว้รวมกันหลายชิ้น แต่คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 10 บาท ซึ่งต้องตรวจสอบจากรายการที่จดบันทึกไว้อีกครั้ง

เจ้าของร้านยังบอกด้วยว่า คนร้ายน่าจะเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของร้านก่อนที่จะลงมือ จึงรู้ว่าตนเองเฝ้าร้านอยู่คนเดียว และอาศัยช่วงที่ตนเองเดินขึ้นไปหยิบของชั้นบนเข้ามาก่อเหตุขโมยทองในร้านไป ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีเท่านั้น ก่อนที่คนร้ายจะขับรถจักรยานยนต์สีดำ-แดง ไม่ทราบยี่ห้อ และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไปลอยนวล ซึ่งขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดของที่ร้านเกิดเสียใช้การไม่ได้จึงไม่สามารถบันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายได้

แต่จากการตรวจสอบร้านตัดผมใกล้กับจุดเกิดเหตุ ก็สามารถบันทึกภาพของคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน โดยในภาพก็จะเห็นชายสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวสวมหมวกกันน๊อกสีแดง ขับรถจักรยานยนต์สีดำ-แดง ในมือถือมีดอีโต้ด้ามยาว โผล่ออกมาบริเวณ 3 แยกหน้าร้านขายจักรยานในลักษณะรีบร้อน เพราะเกือบจะชนชายเสื้อเหลืองที่กำลังจะวิ่งข้ามถนน จากนั้นคนร้ายก็ขับหลบหนีไปทางตลาดสด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จัดกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบระดมไล่ล่าทั่วเมือง

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ก็เกิดเหตุคนร้ายบุกงัดตู้เซฟร้านทองในห้างดังกลางเมืองบุรีรัมย์ กวาดทองไปถึง 163 บาท มูลค่าเกือบ 4 ล้าน และพึ่งจับกุมได้เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดไปเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ก็มาเกิดเหตุคนร้ายชิงทองร้านขายโทรศัพท์อีก และรายนี้ถือว่าเหิมหนักเพราะก่อเหตุร้านที่อยู่ห่างจากโรงพักเพียงประมาณ 300 เมตรเท่านั้น

ภาพ/ข่าว สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์