บุรีรัมย์-สาวสุดช้ำใจประมูลรถเก๋งบริษัทดังขับออกมาไม่ถึง ชม.ไฟลุกท่วม

187

สาววัย 26 ชาวบุรีรัมย์อดีตพนักงานแบงค์สุดช้ำใจ  หอบเงินเก็บสะสมกว่า 182,000 บาท ไปประมูลรถเก๋งบริษัทชื่อดังที่โคราชไว้ใช้ซื้อของมาขายที่บ้าน  ขับออกมาไม่ถึง ชม.ไฟลุกท่วมวอดเกือบทั้งคัน  แจ้งบริษัทประมูลปัดเป็นเพียงตัวกลาง  รับปากจะประสานบริษัทใหญ่ให้ ผ่านมาเกือบ 2 เดือนยังเงียบ  วอนเห็นใจไม่ได้เรียกร้องอะไรแค่อยากได้รถสภาพใกล้เคียงกัน หรือขอเงินคืน

วันที่ 18 ธ.ค.62   นางสุฤทัย   เซิบรัมย์  หรือจ๋า  อายุ 26 ปี  ชาว อ.ลำปลายมาศ  จ.บุรีรัมย์  อดีตพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง  ได้นำเอกสารหลักฐานพร้อมรูปถ่ายรถเก๋งทั้งสภาพก่อนและหลังถูกไฟไหม้  ออกมาร้องขอความเป็นธรรม     โดยเธอให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2562  ได้ทำการประมูลรถเก๋ง  ผ่านทางออนไลน์กับบริษัทที่เปิดประมูลรถยนต์ชื่อดังแห่งหนึ่งที่ จ.นครราชสีมา   พอประมูลได้ วันที่ 1 พ.ย.  เธอและสามีก็นำเงินที่เก็บสะสม และเงินจากบัตรเครดิตจำนวน 182,114 บาท  ไปจ่ายให้กับทางบริษัทและทำเรื่องติดต่อรับรถเก๋งคันที่ประมูลได้    เมื่อทำเรื่องเสร็จสามีก็ขับรถเก๋งออกจากบริษัทประมูลเวลาประมาณ 9 โมงเศษเพื่อจะกลับบ้านที่ อ.ลำปลายมาศ  จ.บุรีรัมย์  แต่พอมาถึงบริเวณ ต.ทับสวาย  อ.ห้วยแถลง  จ.นครราชสีมา เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง   ก็มีควันออกมาจากบริเวณใต้ท้องรถ ก่อนจะเกิดเปลวไฟลุกไหม้ห้องเครื่องยนต์ แล้วลามไปยังกระจก   คอนโซน และกระโปรงหน้ารถเสียหาย    ทั้งที่รถคันดังกล่าวไม่ได้ติดตั้งระบบแก๊ส  และก่อนจะออกจากบริษัทพนักงานก็บอกว่ารถไม่มีปัญหา  แต่โชคดีที่สามีซึ่งเป็นคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะลงจากรถได้ทัน และมีพลเมืองดีที่ผ่านมาเจอเหตุการณ์ช่วยดับไฟ แต่รถก็เสียหายเกือบทั้งคัน

หลังเกิดเหตุก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ  แล้วลากซากรถที่ถูกไฟไหม้ไปเก็บไว้ที่ สภ.ห้วยแถลง    ขณะที่นางสุฤทัย  หรือจ๋า ก็รีบโทรแจ้งบริษัทประมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที   ซึ่งทางบริษัทก็บอกเพียงว่าเป็นแค่ตัวกลางในการจัดประมูลเท่านั้น   แต่รับปากว่าจะประสานทางบริษัทใหญ่ที่เป็นเจ้าของรถให้  หลังจากนั้นก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด  จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไปเกือบ 2 เดือนแล้ว  ทั้งทางบริษัทประมูลและบริษัทที่ถูกระบุว่าเป็นเจ้าของรถ  ก็ไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย   จึงอยากจะร้องขอความเป็นธรรม   เพราะตนเองและสามีตั้งใจนำเงินที่เก็บสะสมประมูลรถคันดังกล่าวมาใช้ซื้อของมาขายที่ร้านของชำที่บ้าน    แต่ตอนนี้สูญทั้งเงิน ไม่มีทั้งรถใช้   จึงอยากขอความเห็นใจจากทางบริษัทได้หารถคันที่สภาพใกล้เคียงกัน   หรือจ่ายเงินคืนให้  เพราะรถคันที่ประมูลมาแล้วถูกไฟไหม้ตนเองก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่ขับออกมาจากบริษัทยังไม่ถึงชั่วโมง  และยังไม่ได้โอนด้วยซ้ำแต่กลับมาถูกไฟไหม้เสียหาย

อย่างไรก็ตามหากทางบริษัทไม่ได้ออกมาแสดงความผิดชอบอะไร  ตนก็จะนำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค  และยื่นฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป    

ภาพ/ข่าว สุรชัย   พิรักษา  / บุรีรัมย์