บุรีรัมย์-ตร.คุมตัวไอ้หื่นอ้างเป็น ตร.ฉุดทำแผน ญาติตะโกนสาปแช่ง

69

ตำรวจ สภ.สตึก  และ สภ.แคนดง จ.บุรีรัมย์  คุมตัวไอ้หื่นอ้างเป็นตำรวจฉุดนักเรียนและ นศ.สาวข่มขืนกลางวันแสกๆ วันเดียว 2 รายซ้อนทำแผน  ท่ามกลางญาติและชาวบ้านจำนวนมากรุมตะโกนสาปแช่งพร้อมเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิต  ปล่อยออกมาก็เป็นภัยสังคมเพราะถูกจับหลายครั้งแต่ไม่สำนึก  ผกก.เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างเป็นตำรวจ  เพราะ จนท.จริงต้องพกบัตรแสดงตัวชัดเจน

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.62 พ.ต.อ.สัมภาษณ์    ศรีจันทึก    ผู้กำกับการ สภ.สตึก  จ.บุรีรัมย์  พร้อม พ.ต.อ.วชิรวิทย์   วรรณธานี   ผู้กำกับการ สภ.แคนดง   พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบทั้ง 2 ท้องที่   ได้ควบคุมตัวนายสฐาน   อ่อนดีกุล  อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็นตำรวจ  ก่อเหตุขู่บังคับนักเรียนหญิงชั้น ม.3  และนักศึกษาสาวอาชีวะแห่งหนึ่ง  ไปข่มขืนกระทำชำเราถึง 2 รายซ้อนตอนกลางวันแสกๆ ของวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา  ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุทั้ง 2 ท้องที่  หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ  ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักใน  ต.สระบัว    อ.ปทุมรัตน์  จ.ร้อยเอ็ด เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา 

โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนที่บริเวณโกดังร้างบ้านตลาด ต.นิคม  อ.สตึก  ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาบังคับให้ น.ส.เอ (นามสมมติ)  นักศึกษาอาชีวะไปข่มขืนกระทำชำเราในรถเก๋งด้านหน้าโกดัง   จุดที่สองเป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับรถปาดหน้าเหยื่อและกลับไปส่งเหยื่อหลังก่อเหตุเสร็จ   

หลังจากนั้นได้นำตัวไปทำแผนในท้องที่ ต.ดงพลอง  อ.แคนดง ที่ก่อเหตุขับรถประกบนักเรียนชั้น ม.3 ก่อนขู่บังคับให้ขึ้นรถเก๋งเพื่อไปกระทำอนาจาร   โดยทั้งสองรายผู้ต้องหามีพฤติกรรมการก่อเหตุลักษณะคล้ายกัน  คือแสดงตัวว่าเป็นตำรวจขอตรวจใบขับขี่   ทั้งขู่ว่าไม่สวมหมวกผิดกฎหมาย และบังคับให้ขึ้นรถเก๋งที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ   หลอกว่าจะพาไปเสียค่าปรับและตรวจค้นหายาเสพติด  ก่อนจะบังคับข่มขืน   

ซึ่งขณะทำแผนได้มีญาติพี่น้องของผู้เสียหายทั้ง 2 ราย  รวมทั้งชาวบ้านที่ทราบข่าว มาเฝ้ารอการทำแผนและรอดูโฉมหน้าของผู้ต้องหาจำนวนมาก  ต่างก็ตะโกนด่าและสาปแช่งผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น  ที่มาก่อเหตุกับลูกหลานของตัวเอง    พร้อมทั้งได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ลงโทษสถานหนักหากเป็นไปได้ก็อยากให้ประหารชีวิต  หากปล่อยออกมาก็จะเป็นภัยกับสังคม และลูกหลานก็จะไม่ปลอดภัย  เนื่องจาประวัติผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวและเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง  แต่กลับไม่สำนึกออกมาก็มาก่อเหตุแบบเดิมซ้ำอีก  ถือเป็นภัยต่อสังคมเป็นอย่างมาก   ทั้งนี้ชาวบ้านยังได้ชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว   ไม่เช่นนั้นลูกหลานคงจะไม่ปลอดภัย 

ขณะที่ผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุกระทำชำเรา และลวนลามนักเรียน นักศึกษาทั้ง 2 รายจริง   ซึ่งก่อนที่จะนำตัวไปทำแผนผู้เสียหายทั้ง 2 ราย  ก็ได้มาชี้ตัวผู้ต้องหาและยืนยันว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกัน 

ด้าน พ.ต.อ.สัมภาษณ์   ศรีจันทึก  ผู้กำกับการ สภ.สตึก  กล่าวว่า   หลังได้รับแจ้งมีเหตุชายอ้างตัวเป็นตำรวจก่อเหตุบังคับข่มขืนนักเรียนนักศึกษาถึง 2 รายซ้อนในวันเดียวกัน  ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบออกติดตามหาเบาะแส และภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุ และตามเส้นทางที่คาดว่ารถคนร้ายจะขับผ่าน   จนทราบตัวผู้ก่อเหตุว่าเป็นใครจึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับและนำหมายศาลเข้าจับกุมตัวดังกล่าว    และยืนยันว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไม่ใช่ตำรวจ  พร้อมทั้งได้แจ้งเตือนประชาชน หรือวัยรุ่น เยาวชน อย่าได้หลงเชื่อบุคคลที่มีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นตำรวจ   เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อได้  ซึ่งหากเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริงจะต้องพกบัตรแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ชัดเจน  

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “กระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ , พาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร ,พรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ , แสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว”  

////////////////// สุรชัย  พิรักษา / บุรีรัมย์