สองโจรถ้าจะดวงตก เซ่อซ่า เข้าไปงัดตู้ บริจาคในวัด ขณะที่ช่างติดตั้งวงจรปิด ที่ติดตั้งเมื่อวานนี้ และวันนี้ กำลังทดสอบเช็คความสมบูรณ์ของระบบกล้อง จับภาพตอนงัดตู้ได้ชัดเจนแล้ว แจ้งตำรวจ แต่คนร้ายไหวตัว หนีไปได้ก่อนตำรวจจะไปถึง ในขณะที่พระและแม่ชียืนยันคุ้นหน้าคุ้นตา เพราะตู้บริจาค โดนงัดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เป็นเหตุให้ ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด เพรัคิดว่าสามเรณงัดตู้บริจาค เหลือเชื่อ ติดตั้งกล้องยังไม่เสร็จ เรียบร้อยดี ก็จับภาพคนร้ายได้แล้ว…

เวลา 13:00 นวันนี้วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 พันตำรวจโท อดุลย์ จุดศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองร้อยเอ็ด พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ (สุรสีห์ )สภ.เมืองร้อยเอ็ด 4 นาย เดินทางไปทีาวัดบ้านอ้น ต.ดงลาน อ.เมือง ร้อยเอ็ด หลังจากได้รับแจ้งว่า มีคนร้าย 2 คน (หญิง-ชาย) ทำทีเข้าไปไหว้พระ ในวิหารร่มเย็นภายในวัดบ้านอ้นซึ่งกำลังปลอดคน แล้วฝ่ายชายพยายามที่จะงัดตู้บริจาคภายในวัดโดยให้ฝ่ายหญิงออกมาขอดูต้นทางอยู่นอกวิหารแต่ช่างกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งกล้อง หลายตัว รอบๆวัดรวมทั้ง ภายในวิหารร่มเย็นพบว่าคนร้าย พยายามงัดตู้บริจาคจึงแจ้งให้พระและแม่ชีในวัดทราบแล้วโทรแจ้งตำรวจเพื่อจับกุมคนร้ายแต่ปรากฏว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังไม่ถึงคนร้ายหญิงชายทั้ง 2 คนก็ไหวตัวออกมาจากวิหาร เดือนมาขับขี่รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ขพต.171 อุดรธานี ซึ่งทั้งคู่ขับขี่มาจอดที่หน้าวัดหลบหนีไป ในขณะที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงจึงไม่พบคนร้าย

ในขณะที่ทางด้าน พระใบฎีกา ณัฏฐ์ขวัญ ขันติโก รองเลขาฯ พระมหาอุดร ธัมมปัญโญ เจ้าอาวาส วัดบ้านอ้น ให้การ กับพนักงานสอบสวนว่า คนร้าย 2 คน น่าจะเป็นสามีภรรยา เดินทางมาเข้ามาที่วัด ในขณะปลอดคน เวลาประมาณ ก่อน 13:00 น ด้วยการถือพวงมาลัยมาคนละพวง ใครๆก็จะมาไหว้พระ ซึ่งก็ไม่มีใครเอะใจอะไร เพราะคิดว่าก็คงจะมา ทำบุญตามปกติธรรมดาทั่วไป ก็ปล่อยให้เขาไปในวิหาร เพียงลำพัง 2 คน แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับแจ้งจาก ช่างติดตั้งวงจรปิด ในวัด แจ้งว่า พบว่าทั้งคู่มีพฤติกรรมน่าสงสัยคล้ายๆกับ ฝ่ายชายกำลังจะงัดตู้บริจาคภายในวิหารในขณะที่ ฝ่ายหญิง ออกไปอยู่ข้างนอก วิหารคล้ายๆจะคอยไปดูต้นทาง หลังจากทราบ พฤติกรรมน่าสงสัยดังกล่าว จึงรีบเข้าไปเพื่อที่จะตรวจสอบแต่ปรากฏว่าทั้งคู่เกิดไหวตัวทันทีเป็นไหว้พระเสร็จแล้วออกมายืนถ่ายภาพเซลฟี่ทั้งในและนอกวิหาร แล้วฉวยโอกาสที่ทุกคนกำลังตรวจสอบตู้บริจาคอยู่นั้น รีบขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป และก็ตรวจสอบพบว่าคนร้าย ได้ใช้เลื่อย ตัดสายยูที่ตู้บริจาคจนเกือบขาด ในลักษณะะยายามลักเงินในตู้บริจาคจึงโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุและดูภาพของคนร้ายและบันทึกทั้งคลิฟวิดีโอและภาพนิ่งของคนร้ายทั้ง2คน ซึ่งตามตำหนิรูปพรรณ ฝ่ายหญิงอ้วนท้วม มีรอยสักที่ไหล่ซ้าย และฝ่ายชายเป็นคนร่างสูงผอมสูง มีลักษณะเหมือนเกย์ ซึ่งรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

ในขณะที่แม่ชีเปรมกมลในวัดบ้านอ้น กล่าวว่าตนเองรู้สึกคุ้นๆกับหน้าตาของทั้งคู่เพราะก่อนหน้านี้เมื่อ 2 คนนี้มาที่วัดเมื่อ 2 ครั้งก่อนตู้บริจาคในวัดก็โดนงัดโดยครั้งแรกได้เงินไป 300 บาทครั้งที่ 2 ก็โดนงัดได้เงิน 800 บาท และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ที่มางัดอีกครั้ง แต่มีคนเห็นในกล้องวงจรปิดเสียก่อน จึงไม่ได้เงินไป และทำให้มั่นใจว่า เหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ 2 ครั้งก็น่าจะเป็นคนร้าย 2 คนนี้ที่มางัดตู้บริจาคภายในวัดแล้วลักเงินไป และจากการนึกย้อนกลับไปในเหตุการณ์ 2 ครั้งที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ขี่รถจักรยานยนต์คันเดิมนี้มาก่อเหตุแล้วก็มาในเวลาหลังจากเที่ยงวันทุกครั้ง เพราะทั้ง 3 ครั้งก็มา 2 คน และรถจักรยานยนต์ก็ รถคันเก่า

ทางด้าน นายพิชิต สระสุศรี เจ้าของร้านรับติดตั้งวงจรปิดซึ่งนำพนักงาน 3 คน มาตรวจสอบ ความเรียบร้อย ของ การติดตั้ง กล้องวงจรปิดต่อจากเมื่อวานนี้ ด้วยการเช็คมุมของการติดตั้งกล้องวงจรปิด ภายในวัดและภายในวิหารกล่าวว่าตนเองว่าติดตั้งกล้องวงจรปิดตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่งานไม่เสร็จ และวันนี้ ก็มาทำงานเซ็ตระบบ รวมทั้งติดตั้งมุมกล้องให้สมบูรณ์ และครอบคลุมพื้นที่ที่สำคัญสำคัญทั้งหมดภายในวัด ปรากฏว่าขณะที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องก็พบหญิงชาย 2 คนเข้ามาภายในวิหารทีแรกก็คิดว่าเข้ามาบริจาคเงินใส่ตู้แต่ปรากฏว่าพบความผิดปกติเนื่องจากฝ่ายชาย อยู่ที่ตู้นานเกินไปและอยู่ในลักษณะที่ ไม่ใช่ลักษณะของการที่จะเอาเงินหยอดลงตู้และฝ่ายหญิงก็ทำทีออกไปข้างนอกเหมือนกับจะไปดูต้นทาง จนมั่นใจว่าทั้งคู่เป็นคนร้าย ที่มางัดตู้บริจาคภายในวัดเป็นประจำจนเจ้าอาวาสวัดสั่งให้ตนเองมาติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกแง่มุมเหตุเพราะตู้บริจาคเงิน ถูกงัดไปแล้ว หลายครั้งแต่ไม่พบคนที่ต้องสงสัยซึ่งการติดตั้งกล้องวงจรปิดเจ้าอาวาสวัดคิดว่าน่าจะเป็นสามเณรในวัดจึงสั่งต้นมาติดกล้อง วงจรปิด เพื่อจะจับเณรที่มาลักงัดตู้บริจาคเงิน ของวัดเพื่อที่จะทำโทษ แต่ปรากฏว่า เพิ่งจะติดตั้งกล้องวงจรปิดได้เพียง 1 วัน ก็พบว่ามีคนมางัดตู้บริจาคเงิน ตามที่สามารถบันทึกภาพไว้ได้ แต่ก็ไม่กล้า เข้าไปจับกุม เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจจะมีอาวุธ อาจจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ จึงโทรแจ้งตำรวจ แต่ปรากฏว่าคนร้ายได้ไหมตัวหลบหนีไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงซึ่งในขณะที่คนร้ายหลบหนี ต้นได้สั่งให้พนักงานที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดใช้โทรศัพท์บันทึกภาพผู้ก่อเหตุขณะที่เดินออกมาจากวิหาร พ้นมุมกล้องวงจรปิดแล้ว ด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพรถจยย.ของคนร้ายไว้ด้วยเพื่อมอบให้กับพนักงานสอบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป..

ในขณะ พนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความดำเนินคดี กับคนร้าย กล่าวว่าจากการสอบสวนปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ ทุกคน ที่เชื่อมั่นว่าคนร้ายทั้ง 2 รายนี้น่าจะเป็นผู้ก่อเหตุในการ งัดตู้บริจาคของวัดไปแล้วเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมาด้วย ซึ่งก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน และหลังจากการบันทึกรับแจ้งความแล้วยังได้ทำการบันทึกภาพถ่ายและคลิปวิดิโอ เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนและติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไปรวมทั้งจัดขยายผลว่าได้ก่อเหตุ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ด้วยหรือไม่อย่างไรต่อไป

แสดงความคิดเห็น