อุบลราชธานี -เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยจ.อุบลราชธานีร่วมกับสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จับผู้ลักลอบตัดไม้พะยูง ชาวกัมพูชา 1 คนในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีติดกับชายแดนประเทศกัมพูชา

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยจ.อุบลราชธานีสืบทราบว่าจะมีชาวกัมพูชาลักลอบเข้ามาตัดไม้พะยูงที่บริเวณป่าพลาญมันปลาทางทิศใต้บ้านแข้ด่อน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยและเป็นพื้นที่ทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูเมย ป่าเขาสวนตาลและป่าพลานไหแตก  ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีห่างจากหมู่บ้านประมาณ 5 กิโลเมตรจึงนำเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยสนธิกำลังร่วมกับสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)ออกลาดตระเวนพบชาวกัมพูชาโดยทุกคนแบกไม้พะยูงไว้ที่ด้านหลังเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าตรวจค้นเมื่อรู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ 1 คน ทราบชื่อนายพาลา แย ราษฎรชาวกัมพูชาอายุ 35 ปี อยู่บ้านโอกระวาน ต.น้ำแดง อ.จอมกระสาน จ.พระวิหารพร้อมของกลางไม้พะยูงแปรรูป จำนวน 2 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 0.007ลูกบาศก์เมตรพร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด ขวาน จำนวน 1 เล่มและกระสอบปุ๋ยสีฟ้า จำนวน 1 ใบ

จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การว่า ได้แอบลักลอบเข้ามาในเขตประเทศไทยพร้อมกับเพื่อนหมู่บ้านเดียวกันแต่ไม่ทราบว่าช่องทางที่พวกตนเข้ามานั้นเป็นจุดใดโดยเข้ามาหาไม้พะยูงจากนั้นจะนำเอาไม้พะยูงไปขายในเขตกัมพูชาโดยมีนายทุนชาวจีนมารับซื้อในราคา กก.ละ 120 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 ร่วมกันทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตมีไม้หวงห้ามยังไม่ได้แปรรูปโดยไม่มีรอยดวงตราค่าภาคหลวงหรือรอยดวงตรารัฐบาลไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522“ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่เข้าตามช่องทางด่านตรวจเขตท่า สถานีที่กำหนดไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต” จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.น้ำยืน
จ.อุบลราชธานีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

///////////////////////////

วิชิต(วัชรพล)/อุบลราชธานี

แสดงความคิดเห็น