ศรีสะเกษ-บุกจู่โจมตรวจค้นเรือนจำ ตรวจฉี่ ป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย

103

กองกำลังผสม ตำรวจ ทหาร ปกครอง กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครรักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ผู้คุม บุกเข้าไปแบบจู่โจม เพื่อตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจถูกลักลอบนำเข้าไปในเรือนจำ และเพื่อการป้องปราม

ค่ำของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 17.30 น. ที่ เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้มีคำสั่งลับเรียกตัวด่วน แก่เจ้าหน้าที่กองกำลังผสม ทั้งจาก ตำรวจ ทหาร ปกครอง กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครรักษาดินแดน เจ้าหน้าที่สาธาราณสุข จากโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้คุม รวมตัวกันที่บริเวณหน้าเรือนจำ ก่อนที่จะได้มีการชี้แจงคำสั่งลับ ในการที่จะบุกเข้าแบบจู่โจม เข้าไปภายในเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อทำการตรวจสอบค้นหา สิ่งผิดกฎหมาย ที่เรือนจำห้ามนำเข้าไป ซึ่งอาจจะมีญาติพี่น้อง หรือคนอื่นๆ นำมาส่งให้และอาจถูกลักลอบนำเข้าไปในเรือนจำ ซึ่งในการบุกเข้าไปตรวจค้นแบบจู่โจม ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขังภายในเรือนจำ ซึ่งมีผู้ต้องขังทั้งหมด 2,514 คน เป็นผู้ต้องขังชาย 2,368 คน ผู้ต้องขังหญิง 146 คน โดยมี นายสุทัศน์ จันทร์อารักษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำนวยความสะดวกในการเปิดเรือนจำเพื่อให้เจ้าหน้าที่กองกำลังผสม ทั้งหมด 455 คน เข้าไปตรวจค้น ภายใต้การอำนวยการของ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, พลตำรวจตรี สันติ เหล่าประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด, นาย นพ พงษ์ผลาดิสัย ปลัดจังหวัด, นายสมเกียรติ ศรีขาว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ, พันตำรวจเอก พิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับ สภ.เมืองศรีสะเกษ นำกองกำลังจากส่วนต่างๆ มาร่วม

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกฝ่าย กองกำลังผสมที่มีการจัดให้มีการบุกจู่โจมแก่ผู้ต้องขังภายในเรือนจำเป็นระยะๆ แม้ว่าจะไม่มีการพบสิ่งผิดกฎหมายที่เรือนจำกำหนดห้ามสิ่งของต่างๆ ที่ผิดกฎหมายเข้าไปในเรือนจำ แต่ก็อาจจะมีผู้ต้องขังได้มีการลักลอบ ญาติผู้ต้องขังแอบนำมาส่งให้ โยนข้ามกำแพง อะไรอื่นๆ จากการบุกจู่โจมก็จะทำให้ผู้ต้องขังได้ตื่นตระหนก เป็นทั้งการป้องกันและป้องปราม เพราะเรือนจำได้มีผู้ต้องขังอยู่กันอย่างแออัด เพราะคนมีคนทำผิดกฎหมายจำนวนมาก ทั่วประเทศก็เหมือนๆ กัน เจ้าหน้าที่ผู้คุมก็อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง จึงจะต้องอาศัยการบุกจู่โจมเช่นนี้จากกองกำลังผสมเข้าไปช่วยบ่อยๆ เพื่อให้ผู้ต้องขังกลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้กลับออกมาสู่สังคมอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งผู้ต้องขังที่มากที่สุดก็คือในคดียาเสพติด ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาของสังคมไทยอย่างมาก ทุกฝ่ายนับตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ การจู่โจมตรวจค้นเช่นนี้ ก็จะเป็นการตัดตอนผู้ต้องหาที่หลงผิดเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แล้วถูกจับมาต้องโทษได้ขาดการติดต่อไป ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ ก็จะได้ดำเนินการตรวจแบบนี้อยู่บ่อยๆ พร้อมกันนี้ก็ได้มีการสุ่มตรวจฉี่ของผู้ต้องขัง ว่าพบมีการเสพยาหรือไม่ เพราะขณะที่ติดโทษ หากมีพบว่าเสพยา ก็แสดงว่ามีการลักลอบนำเข้ายาไปในเรือนจำได้ แต่ผลตรวจก็ไม่พบ ก็เป็นเรื่องที่น่าจะสบายใจไปได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งจะได้ดำเนินการเช่นนี้ต่อไป

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ