ศรีสะเกษ-ปิกอัพชนต้นไม้ไฟลุกท่วมคนขับรอดหวุดหวิด

712

หนุ่มสุรินทร์ ขับรถกลับจากทำธุระในจังหวัดอุบล มาตามถนนสาย 24 ผ่านอำเภอเบญจลักษ์ ง่วงจัดแอบหลับ รถยนต์เสียหลักตกลงข้างทาง ชนเข้ากับต้นไม้ ไฟลุกท่วมรถ คนขับดีดตนเองออกมานอกรถได้ทัน รอดวุดหวิด

วันที่ 21 มิถุนายน 2563 พันตำรวจโท กิจเพชร ทองแก้ว สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจาก 191 ว่ามีพลเมืองดีแจ้งว่าพบเห็นรถยนต์ ขณะที่ขับมาดีดีเกิดเสียหลัก และตกลงไปข้างถนน ชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ด้านหน้ารถยนต์พังเสียหายถึงห้องเครื่อง คนขับดีดตนเองออกมาจากรถได้แล้ว ก่อนเกิดไฟลุกไหม้ท่วมรถยนต์อยู่ในขณะนี้ และพลเมืองดีก็ได้ถ่ายคริบวีดีโอเอาไว้ด้วย ขณะเกิดเหตุ ตร.หลังรับแจ้งจึงได้เร่งประสานรถดับเพลิงของ อบต.เบญจลักษ์ ก่อนเดินทางออกไปตรวจสอบ ให้ความช่วยเหลือในทันที ที่เกิดเหตุอยู่ที่ถนนสาย 24 โชคชัย – เดชอุดม ผ่านเขตอำเภอเบญจลักษ์ เมื่อไปถึงพบรถดับเพลิงกำลังเร่งฉีดน้ำดับเพลิงที่กำลังลุกท่วมรถยนต์ โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ผค 4678 อุบลราชธานี ซึ่งมีเจ้าของรถยนต์ที่ถูกเพลิงไหม้ยืนรอดูรถตนเองไหม้อยู่ด้วย

สอบถามเจ้าของรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้ ที่ไม่ประสงค์จะแสดงตน เล่าว่า ตนมาทำธุระที่จังหวัดอุบลราชธานี และกำลังจะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดสุรินทร์ พอมาใกล้ถึงจุดเกิดเหตุ ตนรู้สึกง่วงนอนมาก แต่ก็พยายามที่จะขับรถยนต์ต่อไป พอให้ถึงเขตตัวอำเภอ เพราะช่วงนี้เป็นเขตป่าและเปลี่ยว หากถึงเขตชุมชนก็วางแผนที่จะแวะพักเหนื่อย หรือพักนอนสักพัก แต่ขณะที่กำลังคิดก็ไม่รู้ตัวว่างีบหลับไปตอนไหน มารู้สึกตัวอีกที เมื่อได้ยินเสียงดังโครมจากหน้ารถยนต์ และมีควัน และมีไฟลุกตามมาจากด้านหน้ารถยนต์ จากห้องเครื่อง ตนจึงรีบดีดตนเองออกมาจากตัวรถบริเวณที่นั่งคนขับ และวิ่งหนีออกมาไกลๆ เพราะรถยนต์ตนติดตั้งระบบแก๊สในการขับเคลื่อนด้วย ดีที่มีพลเมืองดีคนหนึ่ง มาช่วย และบอกเหตุการณ์คราวๆ ขณะที่ตนยังไม่ได้สติเท่าใด เมื่อตนรู้ตัวรถยนต์ก็ถูกไฟไหม้หมดทั้งคันแล้ว ไหม้ไปพร้อมกับทรัพย์สินภายในรถ ทั้งเงินสด เอกสารต่างๆ หมดทุกอย่าง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพไว้ประกอบหลักฐานการเกิดเหตุ และไม่พบว่าทรัพย์ของทางราชการเสียหายแต่อย่างใด มีเพียงรถยนต์ของเจ้าของที่ขับไปชนต้นไม้ข้างทางเสียหาย จึงสอบสวนเบื้องต้นแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เพื่อรอสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

//////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ