สุรินทร์-หนุ่มใหญ่คนร้อยเอ็ดวัย 45 ปี ป่วยเป็นเส้นเอ็นทับเส้นประสาทขา แต่ไม่ท้อถอยชีวิต มาหาเก็บขวดพลาสติกไปขายเป็นรายได้เสริมได้รับความลำบากที่อยู่อาศัย วอนผู้ใจบุญและหน่วยงานรัฐช่วยเหลือ


วันนี้(6 ก.พ.2562) ทีมข่าวได้พบชายปั่นจักรยานสามล้อตระเวนเก็บขวดพลาสติก, กระป๋อง, ขวดแก้วและกระดาษแข็งที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวกัน ชวาบ้านไม่ใช้นำมาทิ้งไว้ที่บริเวณทะเลสาบทุ่งกุลา ทราบชื่อต่อมาชื่อนายประจวบ จันทร์เสน อายุ 45 ปี พร้อมกับได้สอบถามนายประจวบ จันทร์เสน ทราบว่าเมื่อก่อนเคยมีอาชีพขับแท็กซี่ที่กรุงเทพมหานคร อยู่บ้านเลขที่ตามทะเบียนบ้านเลขที่ 139 หมู่ 13 บ้านหนองกลาง ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด และตนนั้นได้ป่วยเป็นเส้นเอ็นทับเส้นประสาทขา โดยขณะที่นายประจวบ จันทร์เสน กำลังปั่นจักรยานสามล้อไปเก็บขยะเก็บขวดพลาสติกที่ทะเลสาบทุ่งกุลา ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ทีมข่าวจึงได้สอบถามอาการป่วยและความเป็นอยู่ จึงได้ตามมาที่บ้านหนองกลาง ม.13 ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีรอยต่อติดกับ ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์


ทีมข่าวได้พบนายประจวบ จันทร์เสน ปั่นจักรยานสามล้อเที่ยวเก็บขยะ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก ตามสถานที่ต่างๆตั้งแต่เขตพื้นที่ ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ จนถึงเขตทะเลสาบทุ่งกุลา ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่แหล่งท่องเที่ยวในเขต จ.สุรินทร์ โดยนายประจวบ จันทร์เสน จะหาเก็บขยะตามโรงเรียน ตามรายทางที่มีคนทิ้งขยะ และตามแหล่งท่องเที่ยวในเขตนี้ ซึ่งร่างกายป่วยด้วยโรคเส้นเอ็นไปทับเส้นประสาท ป่วยที่กรุงเทพมา 3 ปีกว่า มีลูก 3 คน มีภรรยาทำงานที่กรุงเทพ เงินที่เคยเก็บออมสมัยที่ขับแท็กซี่ก็รักษาตัวมาจนหมด เพราะช่วงป่วยตนนั้นเป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อล้มป่วยมา 3 ปีกว่า ก็ไม่มีรายได้อะไรเลย และอยู่ที่กรุงเทพก็เช่าบ้านเขาอยู่ จึงตัดสินใจกลับมารักษาตัวทำกายภาพบำบัดที่บ้านเกิด อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด จึงต้องออกกำลังกายทำกายภาพบำบัด และแต่ละวันจะปั่นจักรยาน 3 ล้อไปเก็บขยะเก็บขวดแก้ว ขวดพลาสติก ตามรายทางที่คนทิ้งไว้ ตามโรงเรียน และตามสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคมอย่างหนึ่ง ประกอบกับมีรายได้จากการขายขยะ ขายขวดพลาสติก อาทิตย์หนึ่งจะได้ประมาณ 200 บาทเท่านั้นเอง
นายประจวบ จันทร์เสน บอกกับทีมข่าวว่า ตนเองนั้นป่วยมา 3 ปีกว่าแล้ว เมื่อก่อนทำงานขับแท็กซี่ที่กรุงเทพ พอเกิดล้มป่วยเงินทองก็หมด บ้านก็เช่าเขาอยู่ ไม่มีไร่นาทำกิน จึงกลับมาบ้านเกิด แต่ไม่เคยมีบ้านเป็นของตนเองมาก่อน ตอนนี้ตั้งเสาและโครงหลังคาเท่านั้น ไม่มีทุนทำบ้าน และตนเองก็ป่วยมาหลายปี โดยกางเต้นท์นอน เพราะบ้านที่สร้างมีแค่เสาและโครงหลังคาตั้งไว้ จึงขอวิงวอนผู้ใจบุญและหน่วยงานรัฐ ช่วยเหลือสมทบ เพื่อให้ตนเองมีบ้านหลบแดดหลบฝนได้หลับนอนยามป่วยบ้าง ซึ่งตอนนี้ตนเองไม่มีรายได้อะไร นอกจากเก็บขวดพลาสติกไปขายอาทิตย์หนึ่งประมาณ 200 บาทเท่านั้นและต้องไปพบแพทย์ทุกเดือนอีกด้วย


นายสมนึก เจนชัย ผู้ใหญ่บ้านหนองกลาง หมู่ 13 ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เผยกับทีมข่าวว่า นายประจวบ จันทร์เสน นั้น เป็นลูกบ้านตนเองไม่มีไร่นาทำกิน ได้ไปเป็นคนขับแท็กซี่รับจ้างหากินที่กรุงเทพ แล้วเกิดล้มป่วยมา 3 ปีกว่า จึงได้กลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด และตอนนี้ปั่นจักรยาน 3 ล้อ เก็บขยะตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นการออกกำลังกาย ทำกายภาพบำบัดไปในตัวและส่วนหนึ่งก็เป็นการเก็บขยะช่วยสังคมไปอีกทางหนึ่ง รายได้ขายขยะไม่มาก และเดินเหินต้องใช้ไม้เท้าช่วย บ้านก็ยังไม่มีเป็นของตนเอง ได้รับความลำบาก จึงวอนหน่วยงานรัฐ และผู้ใจบุญช่วยเหลือ ให้มีบ้านที่อยู่อาศัยหลบแดดหลบฝนด้วย เพราะนายประจวบ ก็ล้มป่วยอยู่สุขภาพก็ไม่ดี โดยผู้ใจบุญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือได้ที่ผู้ใหญ่บ้านหนองกลาง นายสมนึก เจนชัย ผู้ใหญ่บ้าน เบอร์โทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติม 091-7345009 …ผู้ใหญ่บ้านหนองกลาง กล่าว
เขมชาติ ชุณหกิจขจร

แสดงความคิดเห็น