นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ ยืนยันเด็กหญิง ป.3 ที่พิการไม่มีรูทวารไว้ขับถ่ายของเสีย ผ่าตัดช่วยได้แล้ว 1 คน อีกคนไม่สามารถผ่าตัดช่วยได้ จำต้องให้ถ่ายของเสียทางหน้าท้องเช่นนี้ไปตลอดชีวิต

บ่ายของวันที่ 2 สิงหาคม 2562 ที่ โรงเรียนบ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ นายแพทย์วราวุธ ชื่นตา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ และคณะ ร่วมกับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกันทรารมย์ พร้อมทีมพยาบาล ได้เดินทางไปพบคณะครูโรงเรียนบ้านยาง และเดินทางไปเยี่ยมบ้าน 2 เด็กหญิงพิการ เพื่อสอบถามความคืบหน้าของอาการของเด็กหญิง ทั้ง 2 คน ที่เรียนอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หรือ ป.3 คนแรก น้องน้ำ หรือ เด็กหญิงวิภาพร วรรณทวี อายุ 9 ปี สภาพของการพิการ คือ ไม่มีรูทวารหนัก -เบา มาตั้งแต่เกิด หมอทำการผ่าตัดต่อท่อจากลำไส้ใหญ่มาเจาะเข้ารูทวารให้แล้ว ยังคงเหลือกระดูกสันหลังผิดรูป คดงอตั้งแต่เกิด และใบหูข้างขวาปิดสนิท ทำให้ได้เสียงเพียงแค่ข้างเดียว น้องน้ำอาศัยอยู่กับย่า และบิดา ซึ่งแยกทางกันกับภรรยา หลังพบว่าลูกพิการ บิดามีอาชีพรับจ้างทั่วไป ย่าชราไม่ได้ประกอบอาชีพ ได้รับเบี้ยยังชีพคนชราจาก อบต.ยาง มาดูแลครอบครัว และหลาน สภาพครอบครัวมีฐานะยากจน

รายที่สอง น้องอัญชัน เด็กหญิงอาทิตย์ติยา ชัยรัตน์ อายุ 9 ปี เรียนอยู่ในระดับ ป.3 เช่นกัน มีความพิการ คือ ไม่มีรูทวารเพื่อขับถ่ายของเสีย ทั้งหนัก และเบา และไม่พบลำไส้ใหญ่ที่จะสามารถผ่าตัดนำมาต่อท่อออกรูทวารได้เลย หมอต้องทำการเจาะหน้าท้องด้านหน้าและข้างลำตัวทั้ง 2 ข้าง เพื่อต่อท่อให้ขับถ่ายหนัก ออกช่องหนึ่ง เบาออกมาอีกช่องหนึ่ง เดิมไม่มีถุงห้องรองรับของเสียที่ขับถ่ายออกมาไว้ข้างกาย แต่ใช้วิธีการเอาสำลีแผ่นใหญ่มาปิดรูไว้ เวลาน้องอัญชัน ไปโรงเรียนจะมีย่า มาเฝ้าที่โรงเรียนด้วย เพื่อรอทำความสะอาด และเปลี่ยนแผ่นสำลีให้ ทุก ๆ 2 ชั่วโมง และน้องอัญชัน ยังมีโรคประจำตัว คือ โรคไต ต้องควบคุมอาหาร งดอาหารประเภทเนื้อ งดอาหารรสจัด ให้กินผักเยอะๆ ไม่ให้กลั้นปัสสาวะ ครอบครัวน้องอัญชัน พ่อแม่หย่าร้างกันตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้อาศัยอยู่กับปู่ และ ย่า ที่มีฐานะยากจน อาศัยรับจ้างทั่วไป และเบี้ยผู้สูงอายุคอยดูแล

นายแพทย์วราวุธ ชื่นตา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ ภายหลังตรวจเยี่ยมเด็กทั้งสอง เปิดเผยว่า เด็กหญิงคนแรก น้องน้ำ อาการไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะได้ผ่าตัดต่อท่อถ่ายหนัก – เบา แล้ว เหลือเพียงกระดูกสันหลังคดงอ และรูหูปิดข้างหนึ่ง ส่วนน้องอัญชัน อาการยังน่าเป็นห่วงอยู่ คือ ไม่มีลำไส้ใหญ่ที่จะผ่าตัดมาต่อท่อถ่ายหนัก – เบา ได้ จำต้องเจาะหน้าท้องไว้เป็นที่ถ่ายหนัก แยกช่องหนึ่ง เบาแยกออกอีกช่องหนึ่ง แถมน้องเป็นโรคไต ซึ่งวันนี้ได้ทำการช่วยในเรื่องถุงรองรับถ่ายหนัก – เบา ที่จะต้องมีมาติดกายไว้บริเวณหน้าท้องตลอดวัน และจะต้องสอนให้น้องได้ดูแลตนเอง เพราะตอนนี้โตแล้ว อายุ 9 ปีแล้ว สามารถที่จะช่วยย่า ให้ดูแลเปลี่ยนถุงหนัก – เบา ด้วยตนเอง ซึ่งในสังคมทั่วๆ ไป ที่มีคนเป็นเช่นนี้ ก็สามารถใช้ชีวิตจนโตเป็นผู้ใหญ่ มีงานทำเลี้ยงชีพได้ ซึ่งตนจะได้นำเสนอข้อมูลเด็กทั้งสองให้เข้าไปอยู่ในความดูแลของหน่วยแพทย์ พอ.สว.จะได้ช่วยในเรื่องการพยาบาลดูแลอาการป่วย ส่วนเรื่องครอบครัว จะต้องอาศัยสังคมไทยในการช่วยกัน นอกเหนือจากหน่วยงานของภาครัฐ ทุกภาคส่วนที่ได้เข้ามาช่วยกันตลอดในระยะนี้

แสดงความคิดเห็น