สุรินทร์-อาถรรพ์เจ้าแม่ตะเคียนทอง 1,000ปี ต้นเป็นๆที่ยังไม่ตาย จู่ๆ เข้าสิงร่างชาวบ้านร้องลั่น ใบ้เลขเด็ด

49

สุรินทร์-อาถรรพ์ เจ้าแม่ตะเคียนทอง 1,000 ปี ต้นเป็นๆที่ยังไม่ตาย  จู่ๆ เข้าสิงร่างชาวบ้านร้องลั่น ใบ้เลขเด็ด ตะเคียน1,000ปีและต้นยางนาแฝดที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของชาวบ้าน เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านกราบไหว้สักการะและเป็นสถานที่เดียวกันที่พระยาเชียงฆะจับช้างเผือกที่หลุดจากกรุงศรีอยุธยามาผูกไว้ตรงนี้ก่อนจะนำส่งกรุงศรีอยุธยาคืน

วันที่ 3 สิงหาคม 2563  ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ลงพื้น บ้านโคกดงยาง ต.สังขะ อ. สังขะ จ. สุรินทร์  ดูชาวบ้านทำพิธีเซ่นไหว้ขอขมาศาลตายายของหมู่บ้านและต้นตะเคียนเป็นๆต้นยางนาแฝดอายุกว่า 1,000ปี รวมจนถึงศาลยายไตย์ ศาลที่ไว้เซ่นไหว้เจ้าป่าเจ้าเขา ตามความเชื่อที่มีมาตั่งแต่สมัยบรรพบุรุษโบราณ ซึ่งลูกหลานรุ่นหลังเกิดมาก็พบเห็นแล้ว นายมณี อภัยพจน์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.16 บ้านโคกดงยาง ต. สังขะ อ. สังขะ เล่าว่า เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา สถานที่ตรงนี้เป็นสถานที่พระยาเชียงฆะ(พระยาสังฆะบุรีศรีนครอัจจะเจ้าเมืองคนแรกของสังขะ)จับช้างเผือกเอามาผูกไว้ที่ต้นยางแฝดแห่งนี้ติดกับต้นตะเคียนทองที่อายุเท่าๆกันๆ 1,000กว่าปีโดยความเชื่อของชาวบ้านสถานที่ตรงนี้มีอาถรรพ์แน่นอน สิ่งที่ศักดิ์สิทธ์ที่มองไม่เห็นอย่าลบหลู่  อย่างเช่นวันนี้

นางกิตติยา สุขวาสนะ อายุ46ปี  บ้านเลขที่ 399 ม.3 บ้านโคกสมบัติ ต.สังขะ อ.สังขะ จ. สุรินทร์ ได้มาเซ่นไหว้ขอขมาต้นตะเตียนทอง เพราะว่าเมื่อวันเสาร์ วันที่1 สิงหาคม 2563 นางกิตติยาได้มาหาเก็บลูกยางแถวๆบริเวณนี้และได้มาลูบคลำต้นตะเคียนต้นนี้ รู้สึกมีอาการหนักหัวเหมือนมีสิ่งผิดปกติเกิดกับตัวเอง ตนคิดว่าต้องเป็นสิ่งศักดิ์ในต้นตะเคียนทองแน่เลยที่ทำให้เกิดอาการแบบนี้ ตนจึงได้คิดว่าต้องมาเซ่นขอขมาต้นตะเคียนบอกกล่าวท่านไม่ได้มารบกวนและลบหลู่

 เช้าวันที่ 3 สิงหาคาม 2563 เวลา 08.10น. นางกิตติยาได้นำอาหาร คาวหวาน ผลไม้ เครื่องดื่มมาเซ่นไหว้ขอขมาต้นตะเคียนทองอย่างที่ตั้งใจ แล้วเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อนางกิตติยาเกิดอาการสั่นสะท้านทั้งตัวแล้วกรีดร้องดังลั่นเอะอะอาลวาดโวยวาย บองตนอยู่ที่นี่มาแล้ว 100ปี ไม่มีใครสนใจทำบุญให้เลย พูดภาษาเขมรเสียงดัง ห้ามให้มาใกล้ตัวเอง และทำร้ายชาวบ้านรวมจนถึงผู้สื่อข่าวก็โดน

นางเทพธารา จันทร์แปล เล่าว่า เมื่อก่อนตอนนางกิตติยาอายุ21ปี นางกิตติยาเคยเป็นอาการแบบนี้มาแล้วครั้งนั้น เรียกว่าอาถรรพ์เขมร  ออกสื่อหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งทุกฉบับ อาถรรพ์ สิ่งลี้ลับ มองไม่เห็น อย่าลบลู่

เขมชาติ ชุณหกิจขจร..ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์…รมิตา สิงหเสรี