ศรีสะเกษ-วงจรปิดภาพขโมยเหล็กรองรถไต่ขึ้นฟุตบาท

83

เจ้าของเหล็กรองต่างระดับระหว่างถนน ที่ต่างระดับกับฟุตบาทหน้าบริษัทที่ทำงาน เพื่อให้รถจักนยานยนต์ได้ไต่ขึ้นจอดรถหน้าบริษัทง่ายๆ หายไปหลายราย เมื่อคืนพบหายอีก เหมือนตระเวนขโมย เปิดกล้องวงจรปิดดูพบ มีรถยนต์กระบะมาจอด คนขับเปิดประตูมาขโมยยกขึ้นท้ายรถขับหลบหนีเฉย เห็นป้ายทะเบียนรถชัด โพสต์เตือนนำมาคืนด่วนก่อนแจ้งความ

วันที่ 10 กรกฎาคม 2563  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางไปพบกับผู้ที่โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่บริเวณหน้าที่ทำงานตนเองเมื่อคืนนี้ ที่พบเห็นภาพรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า สีบอร์นเงิน หมายทะเบียน บย 4159 ศรีสะเกษ วิ่งเข้ามาจอดเทียบข้างฟุตบาท จากนั้นคนขับรถได้เปิดประตูลงมา แล้วยกเหล็ก ที่บริษัททำเป็นทางเชื่อมต่างระดับระหว่างถนนกับฟุตบาทเพื่อให้นำรถจักรยานยนต์ไปขึ้นลงได้สะดวกไม่ติดท้องรถ ยกขึ้นใส่กระบะท้ายรถแล้วขับออกไปหน้าตาเฉย เจ้าของได้โพสต์ภาพลงไปใน Facebookพร้อมประกาศให้นำมาส่งมอบคืนไม่เช่นนั้นจะทำการแจ้งความ จากนั้นปรากฏว่าได้มีผู้ที่ถูกขโมยเช่นกันเข้ามาแสดงความคิดเห็นและร่วมที่จะแจ้งความด้วยเป็นจำนวนมาก ต่างสงสัยว่าแค่เหล็กทางเชื่อมรถจักรยานยนต์ทำเองไม่ได้หรือต้องมาตระเวนขโมยชาวบ้านเขาเช่นนี้

นายปัณณทัต ขจิตเวทย์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนที่ตนได้ไปทำงานที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง อยู่เส้นกลางเมืองจังหวัดศรีสะเกษ ตนจะขับขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงาน เมื่อไปถึงที่ทำงานจะจอดรถไว้หน้าบริษัทซึ่งจะเป็นทางต่างระดับฟุตบาทกับถนน โดยบริษัทจะมีรางเหล็กไว้ให้พนักงานที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาทำงาน ขับขึ้นไปจอดฟุตบาทที่หน้าบริษัทได้ แต่เมื่อเช้าตนจะขับรถขึ้นไปจอดที่ฟุตบาท ก็ขึ้นไม่ได้เพราะรางเหล็กได้หายไปแล้ว ตนจึงได้ไปเปิดกล้องวงจรปิดดู พบว่ามีรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บย 4159 ศรีสะเกษ เวลาประมาณ 04.10 น. มาจอดรถที่หน้าบริษัท ชายร่างท้วมลงมาจากรถ และได้เอารางเหล็กขนขึ้นท้ายกระบะอย่างใจเย็น แล้วก็ขับรถออกไป ตนเองไม่แน่ใจว่าที่ชายคนดังกล่าวมาเอาไปเพราะอะไร แต่ตนคิดว่าเขาทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตนจึงได้โพสต์คลิปกล้องวงจรปิดลงเฟสบุคส่วนตัว เพื่อชายคนดังกล่าว หรือพี่น้องของเขาเห็นจะได้เอามาคืน ไม่คิดจะแจ้งความแต่อย่างใด แต่พอตนโพสต์คลิปกล้องวงจรปิดลงไป คนก็มาคอมเม้นต์และส่งคลิปให้ตนดูว่าเกิดเหตุดังกล่าวกับคนอื่น ๆ เหมือนกัน ซึ่งเกิดเหตุในคืนเดียวกัน

//////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ