นายกอิ๋วพาท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่”สไตล์ New Normal” 9 เส้นทาง 20 จังหวัด

123

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ต้อนรับสื่อมวลชน และบริษัททัวร์ จาก 20 จังหวัดภาคอีสาน ท่องเที่ยวศรีสะเกษ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม 2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”  

นางวาสิตา น้อยพรหม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุรพล ตั้งคณสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคอีสานตอนล่าง2 และคณะสมาชิกในจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมให้การต้อนรับคณะของ นายมรกต สุดดี ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นางวสุมน เนตรเจริญ นายกสมาคมการค่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน ( สอทอ. ) พร้อมคณะสื่อมวลชนจาก 20 จังหวัดภาคอีสาน และสื่อมวลชนจากส่วนกลาง จากหลายๆ สำนัก และยังมีเจ้าของ บริษัท ผู้ประกอบการในด้านธุรกิจการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ กว่า 50 คน ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดศรีสะเกษ ตามโครงการ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”  ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 26 – 28 มิถุนายน 2563 ด้วยคาราวานจากจังหวัดขอนแกน ผ่านจังหวัดร้อยเอ้ด และมุ่งสู่ดินแดนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ

โดยในวันแรกที่เดินทางมาถึง 26 มิถุนายน 2563 ได้เข้าร่วมพิธีเปิดงาน เทสกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการจัดงาน การแสดงผลไม้ที่ปลุกได้ในจังหวัดศรีสะเกษ บนผืนดินแห่งลาวาของภูเขาไฟ ที่ดับไปแล้วกว่าพันปี แต่ยังทิ้งแร่ธาตุอันสำคัญต่อการเจริญเติบโตของผลไม้นานาชนิด อธิ ลำไย ละมุด มังคุด ลิ้นจี่ ลองกอง อินทผาลัม เรียกได้ว่า ประเทศไทยปลูกไม้ผลชนิดใดได้ จังหวัดศรีสะเกษ ปลูกได้ ให้ผลดีด้วย และโดยเฉพาะ ราชาแห่งผลไม้อย่างทุเรียน ก็สามารถปลูกได้ และให้ผลดีด้วย กับความโดดเด่นเฉพาะตัวของทุเรียนดินภูเขาไฟ ที่หวานน้อย เนื้อกรอบนอก นุ่มใน ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน จึงทำให้ใครๆ ก็อยากที่จะมาทานทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จากนั้น ได้เดินทางไปชมประเพณีอันสำคัญๆ แหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปกันหากเดินทางมาจังหวัดศรีสะเกษ อาทิ การเดินทางไปกราบไหว้ขอพร หลวงพ่อตาตน ที่วัดสำโรงเกียรติ อำเภอขุนหาญ ชมการร่ายรำกับเพลงภาษาถิ่นของชนเผ่าเขมร 1 ใน  4 เผ่า ของคนศรีสะเกษ คือ เผ่าส่วย เขมร ลาว และเยอ จากนั้นไปชมสวนทุเรียนของลุงเวียง เกษตรกรผู้ประสบผลสำเร็จกับการลูกทุเรียนอันดับ1 ของจังหวัดศรีสะเกษ ลองลิ้มชิมทุเรียนภูเขาไฟที่อร่อยที่สุดในโลก โดยมี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มาร่วมต้อนรับที่สวนทุเรียนลุงเวียงด้วย จากนั้นเดินทางไปชมความงามของธรรมชาติ บนหน้าผาพญากูปรี สัตว์ป่าที่มีลักษณะคล้ายวัวป่าในตำนานเมื่อสมัยยังมีป่าแถบนี้ที่อุดมสมบูรณ์ ก่อนที่จะเดินทางไปกราบสรีระสังขารขององค์หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ที่ มณฑปหลวงปู่สรวง ในวัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ ก่อนที่จะมาพักค้างคืนที่ตัวเมืองศรีสะเกษ และรุ่งเช้าของวันอาทิตย์ ได้เดินทางไปร่วมประเพณีของชนเผ่าลาว ในการถือประเพณี สวมโสร่ง นุ่งซิ่น ผ้าไทย มาใส่บาตร ไหว้พระธาตุสุพรรณหงส์ ลงเที่ยวตลาดโบราณพื้นบ้าน ที่ วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จากนั้นก็ได้เดินทางไปชมความวิจิตร งดงามของ ถ้ำวังบาดาล อันเป็นที่อยู่ของ พญานาคาธิบดี ทั้ง 4 ตระกูล ของพญานาค ในพุทธประวัติ ของพระพุทธเจ้า ที่ภพหนึ่งได้ถือกำเนิดมาเป็นพญานาค เพื่อการบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จอรหันต์ ซึ่งวัดนี้ก็คือ วัดป่าศรีมงคงนัตนาราม บ้านสิม ตำบลโคกจาน อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่จะมาจบลงที่การเดินทางมาชมปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ กราบสรีระสังขารขององค์หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท เทพเจ้าอีสานใต้ ผู้มีเมตตา และเป็นผู้ที่นิมิตเห็นพระนาคปรกพันปีอยู่ใจกลางปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ร่วมชมและสนุกกับการต้อนรับของกลุ่มแม่บ้าน ในการรำต้อนรับคณะ

โดย นางวาสิตา น้อยพรหม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวว่า วันนี้จังหวัดศรีสะเกษ กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ กับชื่อเสียงของทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ซึ่งคณะ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ซึ่งมีทั้งสื่อมวลชนจาก 20 จังหวัดภาคอีวาน และส่วนกลาง เดินทางมาพร้อมกับ บริษัททัวร์ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อมาสำรวจตลาดการท่องเที่ยว ในช่วงเปิดหลังโควิด และเมื่อทุกคนได้มาสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว วัด ผลไม้ อื่นๆ ตามเส้นทางที่สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวได้เลือกสรรนำทัวร์ใน 3 วัน 2 คืน นี้ ต่างเกิดความประทับใจเป็นอันมาก โดยเฉพาะ นายมรกต สุดดี ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นางวสุมน เนตรเจริญ นายกสมาคมการค่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน ( สอทอ. ) ที่ร่วมเดินทางมาด้วยตนเอง ได้เกิดความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยวภาคอีสานที่นำนักท่องเที่ยว ผ่านการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ เดินทางมาจังหวัดศรีสะเกษในโอกาสต่อไปเชื่อมโยงเข้ากับภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด เพราะหากนำนักท่องเที่ยวเฉพาะคนอีสาน ใน 20 จังหวัด แลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวกันได้ครบ เราแทบจะต้องไปพึ่งชาวต่างชาติเลย เพราะในช่วงสถานการณ์โควิดเช่นนี้ เราต้องนำไทยเที่ยวไทย นำคนอีสานเที่ยวอีสานให้ครบทุกจังหวัด เพื่อเศรษฐกิจของคนอีสานจะได้ดีขึ้นตลอดไป

//////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ