สุรินทร์-พายุฤดูร้อนถล่มหมู่บ้านกลางทุ่งกุลา หลังคาถล่มและปลิวไปไกลกว่า 100 เมตร เสียหายนับสิบหลัง

13

 พายุฤดูร้อนถล่มหมู่บ้านกลางทุ่งกุลา หลังคาถล่มและปลิวไปไกลกว่า 100 เมตร เสียหายนับสิบหลัง โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

วันนี้(7 พ.ค.2563)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.25 น.ของงวานนี้ ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มหมู่บ้านกลางทุ่งกุลา เส้นทางจากบ้านตาฮะ ไปยังบ้านโนนระเวียง  ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์  ได้รับความเสียหายนับสิบหลัง  โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

โดย บ้านเลขที่ 140 หมู่ 8 บ้านตาฮะ ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านของ นาง แววดาว  ลาภจิตร อายุ  35  ปี  ซึ่งบ้านได้รับความเสียหาย ได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ตนและลูกยืนเล่นอยู่ข้างบ้าน จังหวะนั้นได้มีฝนตกมาปรอยๆสักพักก็มีลมพัดมา แต่ก็ยังไม่แรงมาก แต่พอผ่านไป 5 นาทีก็ปรากฏว่ามีลมกระโชกพัดมาแรงมาก จนตนเองและลูกสาวต้องวิ่งไปหาที่หลบกำบัง แต่พอมองไปที่หลังคาบ้านก็ต้องตกใจ เพราะหลังคาบ้านตนได้ปลิวหายไปทั้งแผง และปลิวไปตกไกลกว่า100 เมตร  ซึ่งตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ เคยเห็นแต่ในทีวี แต่ไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้กับตนเอง

จากนั้นผู้สื่อได้เดินทางเข้าไปสำรวจในหมู่บ้าน ก็พบว่าที่บ้านเลขที่ 5/1 หมู่ที่ 8 บ้านตาฮะ ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม  จ.สุรินทร์  ซึ่งเป็นบ้านของคุณยายคำหวาน  ลาภจิตร อายุ  72 ปี ซึ่งก็ถูกลมพายุพัดสังกะสีเปิดไปนับสิบแผ่น แต่โชคดีที่จังหวะเกิดเหตุไม่มีลูกหลานอยู่บนบ้าน ซึ่งบ้านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น จึงไม่มีใครเป็นอะไร  ไม่อย่างนั้นคงมีคนเจ็บแน่

และที่หนักสุดก็เห็นจะเป็นโรงคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 136 หมู่ 9 บ้านโพนบุ ต.พรมเทพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์  ซึ่งเป็นของนายรัตน์  คุมโสระ  เจ้าของโรงคัดเมล็ดพันธุ์ ซึ่งได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ช่วงเกิดเหตุตนนั่งอยู่ในรถปิคอัพส่วนตัว สักพักก็มีลมพัดมาอย่างแรง ในจังหวะนั้นเองหลังคาโรงคัดเมล็ดพันธุ์ก็ได้พังลงมา โชคดีที่ตัวเองนั่งอยู่ในรถ ซึ่งถ้าตนเองลงมาจากรถ ในจังหวะนั้น ก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง เพราะดูจากสภาพหลังคาพังแล้วคิดว่าตนเอง คงไม่รอดแน่ถ้าลงจากรถ และก็โชคดีมากที่ตนเองและรถไม่เป็นอะไรเลย

ผู้สื่อข่าวยังได้รายงานอีกว่า ในบริเวณที่เกิดเหตุ ยังมีโกดังร้างอีกหลังหนึ่งที่โดนพายุฤดูร้อน ถล่มจนพัง ซึ่งอยู่บริเวณถนนสายท่าตูม-ชุมพลบุรี โชคดีที่ไม่ใครอยู่บริเวณนั้น  ซึ่งเหตุพายุฤดูร้อนถล่มครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก  แต่ก็โชคดีเป็นอย่างมากที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีแต่บ้านเรือนและโรงเรือนที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น

ภาพ/ข่าว เขมชาติ ชุณหกิจขจร..ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์…รมิตา สิงหเสรี