บุรีรัมย์-จยย.รับจ้างไม่มั่นใจจะได้เงินเยียวยา 5 พันหลังยื่นอุทธรณ์ระบบยังให้รอตรวจสอบ

53

วินจักรยานยนต์รับจ้าง บขส.บุรีรัมย์ ไม่มั่นใจจะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท หลังยื่นทบทวนสิทธิแต่ระบบยังแจ้งให้รอตรวจสอบข้อมูล ชี้ขนาดลงทะเบียนรอบแรกยังผิดพลาดบอกเป็นเกษตรกร วอนส่ง จนท.มาตรวจสอบเองจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากกว่า เพราะทุกคนก็คาดหวังจะได้เงินไปไปใช้จ่ายในครอบครัว หลังกระทบพิษโควิดทำขาดรายได้

วันที่ 21 เม.ย.63 ผู้มีอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่อยู่เข้าเงื่อนไขหลักเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ตามมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด แต่จากการสำรวจผู้มีอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือ บขส.บุรีรัมย์ ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 ที่ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาทรอบแรก แต่ระบบกลับแจ้งสถานะว่าเป็นเกษตรกร ทำให้เสียสิทธิ์ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าว แต่หลังจากกระทรวงการคลังได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ลงทะเบียนไม่ผ่าน สามารถยื่นทบทวนสิทธิหรืออุทธรณ์ ผ่านระบบออนไลน์ “www.เราไม่ทิ้งกัน.com” ได้อีกครั้ง แต่พอหลายคนยื่นทบทวนสิทธิไปแล้ว แต่ระบบกลับแจ้งว่า “อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลที่ขอทบทวนสิทธิ” ขณะที่บางส่วนก็ทำไม่เป็นต้องรอให้คนอื่นช่วยทำให้ จึงไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทดังกล่าวหรือไม่ จากกรณีดังกล่าวผู้มีอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง จึงอยากเรียกร้องให้รัฐจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ด้วยตัวเองจะดีกว่า จะได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากกว่าระบบออนไลน์

นายลือเกียรติ ตั้งประโคน วิน จยย.รับจ้างที่ บขส.บอกว่า หลังไวรัสโควิดระบาดก็แทบไม่มีลูกค้าใช้บริการเลย พอลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ระบบกลับแจ้งสถานะว่าเป็นเกษตรกรทั้งที่ไม่ได้มีอาชีพทำนา แต่พอยื่นทบทวนสิทธิอีกครั้ง ระบบก็แจ้งอยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิอีก จึงทำให้ไม่มั่นใจว่าจะได้เงินเยียวยาดังกล่าวหรือไม่ ก็อยากให้รัฐเปลี่ยนระบบส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเองจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากกว่า เพราะไม่เชื่อใจระบบออนไลน์

ขณะที่นายลิว ช่างรัมย์ วิน จยย.รับจ้างอีกราย บอกว่า ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยารอบแรก ก็ถูกแจ้งสถานะว่าเป็นเกษตรกรเหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิหรืออุทธรณ์ใหม่ เพราะทำไม่เป็นต้องรอให้ลูกหลานทำให้ และยังไม่รู้ว่ายื่นอุทธรณ์แล้วจะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่

ภาพ/ข่าว สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์