นทท. 14 คนขอกลับเข้าประเทศ อ้างไม่ทราบด่านชายแดนช่องสะงำปิด

143

14 นักท่องเที่ยว ไม่ทราบเดินทางมาจากไหน จะมาขอผ่านชายแดนช่องสะงำ ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ มีคำสั่งปิดด่าน เพื่อป้องกันเชื้อโรคไข้โควิด-19 รองผู้ว่าฯ รุดตรวจสอบ พบไม่มีใบรับรองโรค ต้องจับฉีดยา กัก 14 วัน

บ่ายของวันที่ 1 เมษายน  2563 ที่ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำไทย – กัมพูชา ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางไปตรวจสอบ นักท่องเที่ยว จำนวน 14 คน ไม่ทราบเดินทางมาจากที่ไหนกันบ้าง จะมาขอผ่านด่านเข้าเมืองไทย โดยอ้างว่า พวกตนเดินทางไปเที่ยวมา และไม่ทราบว่า มีการสั่งปิดจุดผ่านแดน ด่านช่องสะงำ ทั้งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีคำสั่งปิดด่านห้ามมีการผ่านแดนมาตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 เพื่อเป็นการปิดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้โควิด ที่อาจจะติดมากับนักท่องเที่ยว และนำมาเข้ามาในประเทศไทย มาอยู่ในประชาชนคนศรีสะเกษ แต่อยู่ๆ วันนี้ก็ได้รับแจ้งจากหัวหน้า ตม.ด่านช่องสะงำ ว่ามีนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทย จำนวน 14 คน หลุดออกไปอยู่ในต่างประเทศ และได้เดินทางมาขอเข้าประเทศไทย ผ่านจุดผ่านแดนช่องสะงำ ผู้ว่าฯ จึงได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯ เดินทางมาตรวจสอบ ประชุมร่วมกับคณะทำงานด่านการต่อสู้ฉุกเฉินโรคไข้โควิดจังหวัดศรีสะเกษ ยังด่านชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ช่องสะงำ

นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ชี้แจงกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาขอผ่านด่านขอเข้าประเทศไทย ว่า ณ วันนี้ประเทศไทยได้มีกฎหมาย เป็น พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะโรคไข้โควิด -19 กำหนดให้เฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายผู้คน ห้ามการเดินทางใดใด และโดยเฉพาะที่จุดผ่านแดนช่องสะงำ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประกาศปิดด่าน ห้ามการเดินทางเข้าของผู้คน ยกเว้นการขนส่งสินค้า ที่จะอนุญาตให้กรณีพิเศษเท่านั้น และในวันนี้ได้มอบหมายให้ตน ได้มาตรวจสอบ ซึ่งก็พบว่า ทุกคน ไม่มีใบตรวจโรคว่าไม่มีโรคร้ายใดใดจะนำพาเข้ามาในประเทศ ดังนั้น ในวันนี้จะต้องทำการตรวจโรค ฉีดวัคซีนต่างๆ ตามกฎหมายการอนุญาตผู้คนข้ามแดนเข้าประเทศทุกประการ พร้อมนอกเหนือจากนั้น ก็จะต้องนำตัวกักไว้ยังที่ที่ปลอดภัย ห่างไกลจากผู้คน จำนวน 14 คน เพื่อเฝ้าดูอาการ และวันนี้ได้ขอความร่วมมือจากเจ้าอาวาสวัดป่าภูสิงห์ ที่ได้อนุญาตให้ใช้กุฎิสงฆ์ที่ว่างๆ อยู่ จำนวน 14 หลัง แยกจากกันทุกหลัง มาใช้เป็นที่กักตัวนักท่องเที่ยว ทั้ง 14 คน และได้จัดทีมแพทย์ – พยาบาล ของโรงพยาบาลภูสิงห์ มาตรวจวัดไข้ สอบสวนโรคในทุกๆ วันตลอดระยะเวลากักตัวนี้ด้วย และหากพบว่าใครไม่สบาย หรือติดเชื้อไข้โควิด-19 มา ก็จะยังไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ จนกว่าจะรักษาตัวให้หาย เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนศรีสะเกษ ซึ่งผู้ที่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาขอเข้าเมืองในครั้งนี้ มีทั้งคนศรีสะเกษ, อุบลราชธานี และจังหวัดสุรินทร์

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ